Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3545/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยระบุในคำฟ้องว่าจำเลยอยู่ที่บ้านมีเลขที่หลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ต่อมาในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโจทก์ขอแก้ที่อยู่ของจำเลยเป็นบ้านมีเลขที่หลังหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกซึ่งจำเลยมีชื่อในทะเบียนบ้านแต่มีพฤติการณ์แสดงว่าบ้านมีเลขที่ในจังหวัดนนทบุรีตามที่โจทก์ระบุไว้ในคำฟ้อง อาจเป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยอีกแห่งหนึ่งนอกจากที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโจทก์จะถือเอาถิ่นที่อยู่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นภูมิลำเนาเพื่อยื่นฟ้องจำเลยก็ได้ กรณีควรฟังข้อเท็จจริงก่อน ที่ศาลจังหวัดนนทบุรีสั่งจำหน่ายคดีโดยอ้างว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพิษณุโลกจึงเป็นการไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงศาลชั้นต้นรับคำฟ้องออกหมายเรียกส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเพื่อแก้คดีในการส่งหมายเรียกให้จำเลยครั้งแรก ณ บ้านเลขที่ 129/51ถนนติวานนท์ ซอยเรวดี 30 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนนทบุรีเจ้าพนักงานศาลรายงานว่าไม่พบบ้านดังกล่าว โจทก์ได้ยื่นคำแถลงลงวันที่ 24มิถุนายน 2524 ว่าจำเลยมีที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในคำฟ้อง ขอให้ส่งหมายเรียกให้จำเลยใหม่ ถ้าไม่มีผู้รับขอให้ปิดหมาย ศาลชั้นต้นสั่งว่าตามสำเนาทะเบียนบ้านที่โจทก์ยื่นประกอบคำแถลง ไม่มีชื่อบุคคลใดเข้าอยู่อาศัยยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาตามนั้น ให้โจทก์หาหลักฐานใหม่มาแสดงต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2524 ขอแก้ฟ้องเฉพาะที่อยู่ของจำเลยเป็นบ้านเลขที่ 69/27 หมู่ 5 ตำบลท่าทอง

อำเภอเมืองพิษณุโลกจังหวัดพิษณุโลก ศาลชั้นต้นสั่งว่า ปรากฏว่าขณะฟ้องจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ไม่มีสิทธิมายื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดนนทบุรี จำหน่ายคดีจากสารบบความโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ นับแต่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 เจ้าพนักงานศาลจังหวัดนนทบุรีได้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้จำเลยตามคำแถลงและแผนที่สังเขปของโจทก์ พบนางชมิตรอ้างว่าเป็นภริยาจำเลย ณ บ้านตามที่ระบุไว้ในคำฟ้อง แจ้งว่าจำเลยไปต่างจังหวัดไม่ยอมรับหมายเรียกไว้แทน เจ้าพนักงานศาลจึงปิดหมายเรียกไว้

ณ ที่นั้นปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2524 ทั้งตามสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวก็มีชื่อจำเลยเป็นผู้ขอเลขบ้านและต่อมาจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับเพราะได้จำหน่ายคดีเสียก่อนแล้ว แสดงว่าจำเลยได้ทราบตามหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่เจ้าพนักงานศาลได้ปิดไว้ จึงได้ยื่นคำให้การได้ถูกต้อง โจทก์อ้างว่าได้ติดต่อทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาทที่บ้านหลังนั้น ดังนั้นบ้านที่โจทก์ระบุในคำฟ้องอาจเป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยอีกแห่งหนึ่ง นอกจากที่จังหวัดพิษณุโลกซึ่งจำเลยมีชื่อในทะเบียนบ้าน กรณีเช่นนี้ โจทก์จะถือเอาถิ่นที่อยู่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นภูมิลำเนาเพื่อยื่นฟ้องจำเลยก็ได้เพราะเพียงแต่การแจ้งย้ายที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการย้ายภูมิลำเนานอกจากจะมีการย้ายถิ่นที่อยู่เปลี่ยนภูมิลำเนาอันแท้จริงตามคำร้องของโจทก์ขอแก้ที่อยู่ จำเลยก็ไม่ได้อ้างว่าจำเลยย้ายที่อยู่ไปก่อนฟ้อง กรณีควรจะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนว่าจำเลยมีถิ่นที่อยู่ทั้งสองแห่ง ซึ่งแห่งหนึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลที่ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ · ปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้