Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมยึดหลอดกาแฟ 10 หลอด เป็นของกลาง และขอให้ริบของกลางด้วยนั้น แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ ก็ต้องมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางด้วยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่วินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยพิพากษายืน แต่ไม่ริบหลอดกาแฟของกลาง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67 และริบหลอดกาแฟ 10 หลอด ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน กับให้ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2541 เวลา 14 นาฬิกา ร้อยตำรวจเอกมนัส ฑิตะลำพูน ร้อยตำรวจเอกกำพล จินดาวงษ์ กับพวก จับกุมจำเลยได้ที่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชั้นจับกุมแจ้งข้อหาจำเลยว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด ของกลาง ตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย ป.จ.4 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกมนัสและร้อยตำรวจเอกกำพลเบิกความว่า ทราบว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงวางแผนจับกุมโดยวิธีใช้สายลับไปล่อซื้อ

ส่วนร้อยตำรวจเอกมนัสและร้อยตำรวจเอกกำพลได้ไปซุ่มดูการล่อซื้อ โดยร้อยตำรวจเอกมนัสเบิกความว่า เมื่อสายลับจอดรถจักรยานยนต์แล้วสายลับเดินไปหาจำเลยซึ่งนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน สายลับมอบธนบัตรแก่จำเลย และจำเลยมอบสิ่งของแก่สายลับแล้วจำเลยเดินเข้าบ้านไป ส่วนร้อยตำรวจเอกกำพลเบิกความว่าเมื่อสายลับจอดรถจักรยานยนต์แล้ว จำเลยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาสายลับ สายลับมอบธนบัตรแก่จำเลย แล้วจำเลยเดินกลับมาที่แคร่และส่งของแก่สายลับ พยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวอ้างว่าซุ่มดูอยู่จุดเดียวกัน แต่เบิกความถึงพฤติการณ์ในการจำหน่ายซึ่งเป็นสาระสำคัญแตกต่างกัน เป็นข้อพิรุธสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองได้ไปซุ่มดูเหตุการณ์ล่อซื้อหรือไม่ ประกอบกับร้อยตำรวจเอกมนัสเบิกความว่า

ซุ่มดูการล่อซื้อที่รั้วทางมะพร้าวใกล้บ่อน้ำ ส่วนร้อยตำรวจเอกกำพลเบิกความว่าซุ่มอยู่บริเวณบ่อตะพาบน้ำ โจทก์มิได้อ้างแผนที่เกิดเหตุแสดงจุดที่พยานโจทก์ทั้งสองซุ่มดูเป็นพยาน คงมีเพียงภาพถ่ายหมาย จ.5 ซึ่งถ่ายภาพหลังจับกุมจำเลยแล้ว ภาพถ่ายดังกล่าวมีรั้วทางมะพร้าว แต่ไม่ปรากฏภาพของบ่อน้ำหรือบ่อตะพาบน้ำ จึงไม่ทราบว่าพยานโจทก์ทั้งสองซุ่มอยู่ที่ใด และสามารถมองเห็นเหตุการณ์ล่อซื้อได้หรือไม่ โจทก์จึงมีเพียงคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวมีข้อพิรุธสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษานั้น

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมยึดหลอดกาแฟ 10 หลอด เป็นของกลาง และขอให้ริบของกลางด้วยนั้น แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ก็ต้องมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่วินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน แต่ไม่ริบหลอดกาแฟของกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา กษิตินนท์ · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้