Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ.2519 ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานของจำเลย ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาอย่างหนึ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและมีผลใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างโดยไม่จำต้องอาศัยเงื่อนไขใด ลูกจ้างจะมีสิทธิเมื่อเลิกจ้างอย่างใด ย่อมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2523 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจ ซึ่งจำเลยจะต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ตามข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. 2519 เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายคูณด้วยอายุการทำงานเป็นเงิน 220, 750 บาท แต่จำเลยวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ จึงตัดเงินบำเหน็จลงกึ่งหนึ่ง คงจ่ายให้เพียง 110,375 บาท โดยอาศัยเงื่อนไขตามข้อ 16 แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นข้ออ้างแต่ไม่ระบุเหตุผลจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์เป็นการกระทำที่ไร้ความเป็นธรรม ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน

พ.ศ. 2519 เป็นนิติกรรมอย่างหนึ่งและตามข้อ 16 มีเงื่อนไขว่า "ในกรณีที่พนักงานถูกออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ" ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน และเป็นเงื่อนไขอันจะสำเร็จได้หรือไม่สุดแล้วแต่ใจของลูกหนี้ โดยจำเลยมีอำนาจให้โจทก์ออกจากงานฐานใดก็ได้โดยมีเหตุผลหรือไม่ก็ได้ นิติกรรมส่วนนี้จึงตกเป็นโมฆะ นอกจากนี้จำเลยยังได้ระบุว่าโจทก์มีส่วนพัวพันการทุจริตในองค์การของจำเลยและได้ตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ ผลการสอบสวนไม่ได้ความว่าโจทก์สมคบกับบุคคลอื่นกระทำความผิดเป็นเหตุให้จำเลยไม่พอใจและได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ และอ้างเงื่อนไขข้อบังคับข้อ 16 ตัดทอนบำเหน็จโจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 110,375 บาทจำเลยให้การว่าข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน

พ.ศ. 2519 มิใช่เงื่อนไข แต่เป็นระเบียบต่อพนักงานในการให้การสงเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับปฏิบัติตามและเป็นอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่จะกระทำได้ จำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กับพวกสมคบกันปลอมเอกสารการทวงหนี้ขนส่ง ใบกำกับสิ่งของและใบสำคัญคู่จ่ายเงินเพื่อไปรับเงินจากหน่วยทหารจัสแม็ก ทำให้จำเลยเสื่อมเสียชื่อเสียงคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าโจทก์มีเจตนาทุจริตปลอมเอกสารดังกล่าวจริง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจ ที่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นตามอำนาจข้อ 16 แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นการกระทำที่ถูกต้องและชอบธรรมแล้ว

ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. 2519 ข้อ 16 มิใช่เป็นเงื่อนไขในการทำนิติกรรมระหว่างคู่สัญญา แต่ข้อบังคับดังกล่าวเป็นเรื่องวินัยและการลงโทษในทางการปกครองพนักงาน ซึ่งจำเลยชอบที่จะกำหนดขึ้นได้ตามความเหมาะสมที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนของจำเลยมีความเห็นว่าพฤติการณ์แวดล้อมน่าเชื่อว่าโจทก์มีส่วนพัวพันในการปลอมเอกสารในนามของจำเลยแล้วไปเบิกเงินค่าขนส่งจากหน่วยทหารจัสแม็กนับว่ามีมลทินมัวหมอง คณะกรรมการองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ประชุมลงมติให้เลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจและคณะกรรมการสงเคราะห์ลงมติให้ตัดเงินบำเหน็จกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับข้อ 16 ผู้อำนวยการของจำเลยจึงมีคำสั่งตัดเงินบำเหน็จลงกึ่งหนึ่ง ตามความเห็นของคณะกรรมการ ไม่ปรากฏว่ามีการกลั่นแกล้งโจทก์แต่ประการใด คำสั่งของจำเลยเป็นการชอบด้วยระเบียบข้อบังคับแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานของจำเลยเมื่อเจ็บป่วย คลอดบุตร หรือออกจากงานอันเป็นประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจากนายจ้างอันเกี่ยวกับการทำงาน จึงถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาอย่างหนึ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง อันสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนนั้น เป็นกรณีที่ตกลงกันไว้ว่า ต้องมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นตามสัญญาเสียก่อน สัญญานี้จึงจะมีผลบังคับ แต่ข้อบังคับดังกล่าวของจำเลยมีผลบังคับระหว่างโจทก์จำเลยอยู่แล้ว โดยมิต้องอาศัยเงื่อนไขใดทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ กรณีนี้เมื่อโจทก์ออกจากงานเพราะจำเลยเลิกจ้าง โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือไม่เพียงใด ย่อมเป็นไปตามข้อกำหนดในข้อบังคับและข้อความในข้อ 16แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จประการหนึ่งเท่านั้น มิใช่เงื่อนไขข้อบังคับก่อนและไม่เป็นเหตุให้ข้อบังคับดังกล่าวเป็นโมฆะแต่ประการใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้