Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ส่งคำบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังบ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ตามที่ปรากฏในสัญญาจำนองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านทางไปรษณีย์แต่ไม่มีผู้รับตามจ่าหน้า ส.ทนายโจทก์ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ที่ 6 แจ้งย้ายไปอยู่บ้านเลขที่ 35 ถนนราชวิถีแขวงจิตรลดาเขตดุสิตกรุงเทพมหานครเมื่อส.ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 35 เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนเขตดุสิตแจ้งว่าไม่มีบ้านเลขที่ดังกล่าว แม้ส.จะยื่นคำร้องขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 35 หลังจากโจทก์ประกาศบอกกล่าวบังคับจำนองทางหนังสือพิมพ์ก็เข้าใจได้แล้วว่าในช่วงระหว่างวันที่จำเลยที่ 5ที่ 6 แจ้งย้ายออกจากบ้านภูมิลำเนาเดิมถึงวันที่ ส. ยื่นคำร้องไม่มีบ้านเลขที่ 35 ตั้งอยู่บนถนนราชวิถีแขวงจิตรลดาเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร การบอกกล่าวบังคับจำนองโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์จึงชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงินจำนวน13,399,561.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน13,033,203.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์หากไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกใช้หนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งหกขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระหนี้จำนวน 11,318,097.84 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสี่ไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 5 และที่ 6 ออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ หากชำระหนี้ให้โจทก์ไม่ครบตามจำนวนเงินในสัญญาจำนองแต่ละฉบับให้นำทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 5 หรือที่ 6 แล้วแต่กรณีออกขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองที่ขาดจำนวนอยู่จนครบจำเลยที่ 5 และที่ 6 ร้องขอให้พิจารณาใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตจำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้การว่า จำเลยที่ 5 และที่ 6 ไม่เคยจำนองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ประกันหนี้ไว้แก่โจทก์โจทก์และลูกจ้างของโจทก์ทำปลอมหนังสือมอบอำนาจที่ใช้ในการจดทะเบียนจำนอง สัญญาจำนองจึงเป็นโมฆะข้อตกลงในหนังสือต่อท้ายสัญญาจำนองให้ผู้จำนองรับผิดไม่เกินวงเงิน 900,000 บาท2,500,000 บาท และ 800,000 บาท โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเกินวงเงินดังกล่าว โจทก์ไม่ได้ส่งคำบอกกล่าวบังคับจำนองไปตามที่อยู่ใหม่ของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ทางไปรษณีย์ก่อน การบอกกล่าวโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์จึงเป็นการบอกกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามจำนวนวงเงินในสัญญาจำนองแต่ละฉบับพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี และ 19 ต่อปีตามที่ระบุไว้ในสัญญาจำนองแต่ละฉบับ

นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจำนองเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแต่ละฉบับให้นำทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 5 หรือที่ 6 แล้วแต่กรณีออกขายทอดตลาดชำระหนี้จำนวนที่ขาดอยู่จนครบจำเลยที่ 5 และที่ 6 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 5 และที่ 6 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 5 และที่ 6 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่483/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ตามที่ปรากฏในสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.51 จ.52 จ.53 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเอกสารหมายป.ล.22 ป.ล.23 ของศาลจังหวัดระยอง และสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย

ป.ล.24 ของศาลจังหวัดระยอง แต่ส่งไม่ได้เพราะไม่มีผู้รับตามจ่าหน้าตามเอกสารหมาย จ.17 จ.16 เมื่อนายสุมิตร์ ร่มเย็นทนายโจทก์ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้าน ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ที่ 6แจ้งย้ายไปอยู่บ้านเลขที่ 35 ถนนราชวิถี แขวงจิตรลดา เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2526 ตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย จ.18 แต่เมื่อนายสุมิตร์ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่35 ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนเขตดุสิตแจ้งว่าไม่มีบ้านเลขที่ดังกล่าว ถึงแม้ว่าคำร้องขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านตามเอกสารหมาย จ.50จะได้ยื่นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากโจทก์ประกาศบอกกล่าวบังคับจำนองทางหนังสือพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.19 ก็ตาม แต่ก็เข้าใจได้แล้วว่าในช่วงระหว่างวันที่จำเลยที่ 5 ที่ 6 แจ้งย้ายออกจากบ้านเลขที่ 483/1 ตามเอกสารหมายจ.18 ถึงวันที่นายสุมิตร์ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 35 ตามเอกสารหมาย จ.50 ไม่มีบ้านเลขที่ 35 ตั้งอยู่ที่ถนนราชวิถีแขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ดังนั้นการที่โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองโดยวิธีประกาศทางหนังสือพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.19จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้