Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 35303)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้รับขนเป็นผู้เสียหายฟ้องฐานละเมิด โดยเหตุสินค้าที่รับขนถูกรถชนเสียหายได้ ฟ้องว่าขับรถโดยประมาท ขับกินทางเข้าไปในเส้นทางของรถที่สวนมาเป็นเหตุให้รถชนกัน สินค้าที่บรรทุกมาเสียหายตามประเภทและราคาที่ระบุไม่เคลือบคลุม รายละเอียดเป็นข้อนำสืบชั้นพิจารณา ไม่ต้องบรรยายให้ครบถ้วนตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 โจทก์ฟ้องรวมกันมาภายใน 1 ปี นับแต่วันทำละเมิด ศาลสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องภายใน 15 วัน ซึ่งครบกำหนดวันเสาร์ โจทก์ฟ้องในวันจันทร์ ถือว่าฟ้องภายใน 15 วัน แม้เกิน 1 ปี ตั้งแต่วันทำละเมิดก็ไม่ใช่ขยายอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แต่ละสำนวนตามจำนวนที่ระบุ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายบางจำนวนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาในเบื้องต้นว่า ฟ้องของโจทก์ทั้งสี่สำนวนนี้เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์ทุกสำนวนบรรยายฟ้องมีสารสำคัญว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ นายสวาท ลอยครบุรี ลูกจ้างขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาท ขับกินทางเข้าไปในเส้นทางของรถที่สวนมา เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 3 ซึ่งมีนายวานหรือวารีหรือเสรี เข็มทองหรือต่ายมูล เป็นผู้ขับได้รับความเสียหาย เป็นค่าสินค้าที่บรรทุกมาเสียหายตามประเภทและราคาที่ระบุไว้กับค่าเสียหายเป็นค่าจ้างลากรถของโจทก์ที่ 3เข้าอู่ ค่าซ่อม ค่าผ้าใบ ค่ายางรถยนต์ ค่าเสื่อมราคา และค่าขาดรายได้เป็นรายวันจากการรับจ้างบรรทุกสินค้า

ทุกรายการตามจำนวนเงินที่ระบุกับเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ซึ่งโดยสารมาในรถโจทก์ที่ 3 ได้รับอันตรายแก่กายส่วนต่าง ๆ ตามที่ระบุต้องเสียค่ารักษาพยาบาลและค่าขาดรายได้ระหว่างรักษาพยาบาลตามจำนวนวันและจำนวนเงินที่ระบุไว้เช่นกัน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ดังนี้เห็นว่าเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว หาจำต้องบรรยายให้ครบถ้วนถึงการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ไม่ ส่วนรายละเอียดสำหรับค่าเสียหายเกี่ยวกับสินค้าที่เสียหายแต่ละอย่างมีจำนวนและราคาเท่าใด

รถของโจทก์เสียหายส่วนใด สภาพก่อนและหลังซ่อมเป็นอย่างไร เหตุใดจึงเสื่อมราคากับค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายเป็นเงินอย่างละเท่าใดนั้นเป็นข้อที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา แม้ไม่บรรยายมาก็ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปมีว่า คดีของโจทก์ทั้งสี่สำนวนนี้ขาดอายุความฟ้องร้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏตามที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่า เหตุแห่งการละเมิดคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2519 โจทก์ทั้งสี่นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2520 แต่เนื่องจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีรวมกันมาเป็นคดีเดียวคือคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 84/2520 ของศาลชั้นต้นและศษลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องคดีแต่ละสำนวนใหม่ภายในกำหนด 15 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2520 โจทก์ที่ 3 ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2520 โจทก์ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2520 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการ

ถือได้ว่าได้ยื่นฟ้องในกำหนดตามคำสั่งศาลแล้ว ดังนี้เห็นว่าเมื่อโจทก์ทั้งสี่ได้ยื่นฟ้อง ภายในกำหนด1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 แล้ว การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องเป็นคดีใหม่และโจทก์ได้ฟ้องภายในกำหนดที่ศาลสั่ง จึงหาใช่เป็นการขยายอายุความอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 191 ไม่ คดีโจทก์ทั้งสี่สำนวนไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ที่ 3 ไม่ใช่เจ้าของสินค้าที่เสียหาย แม้ได้ใช้ราคาไปแล้ว ก็ไม่อาจรับช่วงสิทธิของเจ้าของสินค้ามาเรียกร้องจากจำเลยที่ 2 ได้นั้น เห็นว่าตามทางนำสืบของโจทก์ที่ 3 รับฟังได้ว่าโจทก์ที่ 3 ประกอบกิจการรับขนส่งเป็นการค้าโดยปกติ

โจทก์ที่ 3 เป็นผู้ขนส่งสินค้าตามฟ้อง ซึ่งมีหน้าที่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616 ฉะนั้นในกรณีที่ลูกจ้างในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดทำให้เกิดความเสียหายแก่สินค้าดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 3 โดยตรง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง และจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยต้องรับผิด โจทก์ที่ 3 ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ แม้มิใช่เป็นการรับช่วงสิทธิก็ตาม และที่โจทก์ที่ 3 เบิกความว่า โจทก์ที่ 3 มีกิจการขนส่งโดยเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด มีสำนักงานอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ด้วยโดยโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการดังจำเลยฎีกา ก็ไม่พอให้รับฟังว่าโจทก์ที่ 3 มิใช่ผู้รับขนสินค้าตามฟ้องไม่ทำให้ข้อวินิจฉัยข้างต้นเปลี่ยนแปลงไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5435/2552

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เยาว์และเป็นผู้เสียหาย โดยมีโจทก์ที่ 2 เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะส่วนตัวและในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยจงใจ เป็นการล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้