Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3527/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาการออกจากงานและคำแปล โจทก์มิได้ยอมสละเงินรางวัลการขายนั้น เห็นว่า สัญญาการออกจากงานซึ่งทำขึ้นสืบเนื่องมาจากโจทก์ลาออก และในการทำสัญญาการออกจากงานฉบับนี้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้ปลดปล่อยคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งออกจากภาระเรื่องเงิน สิทธิเรียกร้อง การเรียกร้องสัญญาและการกระทำทั้งปวงไม่ว่าอย่างไรทั้งสิ้น ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญามีเจตนาระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยจำเลยยอมจ่ายเงินแก่โจทก์จำนวน 1,387,525 บาท จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลให้สิทธิเรียกร้องเงินรางวัลการขายระงับสิ้นไป โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยอีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าจ้างในส่วนที่เป็นเงินรางวัลการขายจำนวน 352,247.10 บาท ค่าชดเชยการเลิกจ้างสำหรับเงินรางวัลการขายจำนวน 176,123.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงขอสละคำขอค่าชดเชยการเลิกจ้างอันเกิดจากรางวัลการขาย และถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลแรงงานกลางอนุญาต ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่คู่ความรับกันว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการผู้จัดการมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2516 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แผนกเวชภัณฑ์ยา ได้รับค่าจ้างก่อนปรับเงินโบนัสมารวมกับเงินเดือน คือก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2540 เดือนละ 57,100 บาท ต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2540 โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 65,083 บาท และได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 70,983 บาท

กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 25 ของเดือน นอกจากนี้โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานตั้งแต่ระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป ยังมีสิทธิได้รับเงินโบนัสพิเศษไม่เกินเงินเดือน 2 เดือน ส่วนผู้จัดการเขตทุกคนได้รับเงินรางวัลการขายตามหลักเกณฑ์การจ่าย เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2541 โจทก์ทำหนังสือลาออก ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาการออกจากงานโดยจำเลยที่ 1 จ่ายเงินต่าง ๆ ให้โจทก์รับไปแล้วจำนวน 1,028,253 บาท และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 โจทก์ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายมีสิทธิได้รับเงินรางวัลการขายจากจำเลยที่ 1 จำนวน 242,608.80 บาท แต่การที่โจทก์ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายทำหน้าที่แทนผู้จัดการเขตผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลาออกถือได้ว่าเป็นปกติวิสัยที่จะต้องกระทำ

ทั้งระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยที่ 1 มิได้กำหนดให้โจทก์ได้รับเงินรางวัลการขายในกรณีทำหน้าที่แทนดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลการขายในส่วนนี้ อย่างไรก็ดีเมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์จะไม่เรียกร้องเงินรางวัลการขายที่โจทก์มีสิทธิได้รับในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายจำนวนข้างต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวอีก พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามสัญญาการออกจากงานและคำแปล โจทก์มิได้ยอมสละเงินรางวัลการขายจำนวน 242,608.80 บาท ที่โจทก์มีสิทธิได้รับในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายนั้น สัญญาการออกจากงานซึ่งทำขึ้นสืบเนื่องมาจากโจทก์ลาออกได้ระบุในข้อ 1 ว่าในการลาออกของโจทก์ โจทก์จะได้รับเงินจำนวน 1,387,525 บาท และระบุในข้อ 3 ว่าในการทำสัญญาการออกจากงานฉบับนี้ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้ปลดปล่อยคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งออกจากภาระเรื่องเงิน สิทธิเรียกร้อง การเรียกร้อง สัญญาและการกระทำทั้งปวงไม่ว่าอย่างไรทั้งสิ้น ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญามีเจตนาระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยจำเลยที่ 1 ยอมจ่ายเงินแก่โจทก์จำนวน 1,387,525 บาท ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 1 สัญญาการออกจากงานจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลให้สิทธิเรียกร้องเงินรางวัลการขายในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของโจทก์จำนวน 242,608.80 บาท หากมีอยู่ระงับสิ้นไป โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 อีก อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายอร่ามศักดิ์ ไทพาณิชย์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้