Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3516/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าแก่จำเลยที่ 1 เพื่อขนส่งมาให้โจทก์ที่ประเทศไทยแล้ว แต่โจทก์เป็นผู้รับตราส่ง ไม่ใช่คู่สัญญารับขนเมื่อสินค้าได้สูญหายไปก่อนถึงการท่าเรือแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นสถานที่ที่กำหนดให้ส่งสินค้า แม้โจทก์จะได้เรียกให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้าย ส่งมอบสินค้าแต่เมื่อสินค้าได้สูญหายไปก่อนแล้ว ย่อมไม่อาจส่งมอบและรับมอบสินค้ากันได้ สิทธิของผู้ส่งหรือผู้ตราส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนยังไม่ตกได้แก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อฝ้ายดิบจากประเทศอาร์เจนตินาจำนวน 226 เม็ด ราคาสินค้าซึ่งรวมค่าระวางพาหนะเป็นเงิน 67,918.90 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินไทย1,734,646.71 บาท จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขนส่งสินค้าดังกล่าวทอดแรกจากประเทศอาร์เจนตินาโดยเรือโทปาชมายังประเทศไทย ส่วนจำเลยที่ 2 ร่วมขนส่งกับจำเลยที่ 1โดยเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้าย จำเลยที่ 1 ได้ออกใบตราส่งให้แก่ผู้ส่งสินค้าไว้และเมื่อผู้ขายได้รับชำระราคาแล้วก็ได้โอนใบตราส่งให้แก่โจทก์ ต่อมากลางเดือนพฤศจิกายน 2533จำเลยที่ 2 แจ้งแก่โจทก์ว่า เรือโทปาชซึ่งขนส่งสินค้าดังกล่าวจะมาถึงประเทศไทยในปลายเดือนพฤศจิกายน 2533และจะขนถ่ายสินค้าขึ้นที่ท่าเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทันทีครั้นวันที่ 26 ธันวาคม 2533 การท่าเรือแห่งประเทศไทยแจ้งแก่โจทก์ว่าการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่ได้รับสินค้าดังกล่าวจากเรือโทปาช

เพราะสินค้าสูญหายไป โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยจำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดใช้ราคาสินค้า และค่าระวางพาหนะดังกล่าว รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องเสียแก่ธนาคารในการดำเนินการชำระเงินค่าสินค้าซึ่งรวมค่าระวางพาหนะเป็นเงิน 104,716.76 บาท และค่าภาษีอากรขาเข้าที่โจทก์ชำระให้กรมศุลกากรเพื่อจะขอรับสินค้าจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นเงิน 83,974 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,923,336.71 บาทและดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 25 มีนาคม 2534 ถึงวันฟ้องซึ่งโจทก์ขอคิดเพียง 240 วัน เป็นเงินดอกเบี้ย 96,166.83 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 2,019,503.54 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

จากต้นเงิน 1,923,336.71 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะยังไม่ได้ชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย และยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าจากผู้ส่งสินค้า สินค้าดังกล่าวได้ถูกขนถ่ายจากเรือโทปาปลำเลียงเข้าเก็บในคลังสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยครบถ้วนโจทก์มีหน้าที่ต้องไปรับสินค้าจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย คลังสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยจึงถือเป็นจุดหมายปลายทางในการขนส่ง จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้าต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้รับตราส่งมิใช่ผู้ส่งสินค้าจึงไม่ใช่คู่สัญญารับขน สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่สัญญารับขนเกิดขึ้นต่อเมื่อสินค้าถึงตำบลที่กำหนดให้ส่งและโจทก์ได้เรียกให้ส่งมอบแล้ว แต่สินค้ารายนี้สูญหายไปก่อนขนส่งถึงกรุงเทพมหานคร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อเรือโทปาชมาถึงประเทศไทย จำเลยที่ 2 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าสินค้าโจทก์มาถึงประเทศไทยแล้ว โจทก์ผู้รับตราส่งเรียกให้จำเลยที่ 2ส่งมอบแล้วและได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปขอรับสินค้าจากโรงพักสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่เมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทยแจ้งแก่โจทก์ว่าสินค้าของโจทก์ขาดหายไปตามรายการสินค้าขาดและเกินจากบัญชีสินค้าเรือเอกสารหมาย จ.11 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยทั้งสองโจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้สินค้าพิพาทอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งสินค้า โดยผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าแก่จำเลยที่ 1 เพื่อขนส่งมาให้โจทก์ที่ประเทศไทยก็ตาม แต่โจทก์เป็นผู้รับตราส่งสินค้าพิพาทไม่ใช่ผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง จึงมิใช่คู่สัญญารับขน สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่สัญญารับขนจึงต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 ที่บัญญัติว่า"เมื่อของถึงตำบลที่กำหนดให้ส่งและผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบแล้ว ท่านว่าแต่นั้นไปสิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นย่อมตกไปได้แก่ผู้รับตราส่ง" คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามเอกสารหมาย จ.11 ว่า สินค้าพิพาทได้สูญหายไปก่อนถึงการท่าเรือแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นสถานที่ที่กำหนดให้ส่งสินค้าพิพาทแม้โจทก์ผู้รับตราส่งจะได้เรียกให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบสินค้าแล้วก็ตามแต่เมื่อสินค้าพิพาทได้สูญหายไปก่อนดังกล่าวแล้วย่อมไม่อาจส่งมอบและรับมอบสินค้ากันได้ สิทธิของผู้ส่งหรือผู้ตราส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนยังไม่ตกได้แก่โจทก์ผู้รับตราส่งตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · จเร อำนวยวัฒนา · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11572/2553

ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติว่า ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น การที่จำเลยให้การในตอนต้นว่า จำเลยไม่เคยรับขน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5136/2550

การรับขนของทางอากาศเป็นการขนส่งประเภทหนึ่ง จึงต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 625 มาใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา 625 บัญญัติว่า "ใบรับ ใบตราส่งหรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นก็ดี ซึ่งผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งนั้น ถ้ามีข้อความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2843/2546

แม้โจทก์ผู้ขนส่งและจำเลยซึ่งเป็นผู้ส่งจะตกลงกันให้เก็บค่าระวางและค่าใช้จ่ายส่วนที่ 2 จากผู้ซื้อที่ปลายทาง แต่ก็ไม่ได้ตกลงกันไว้ว่าในกรณีที่โจทก์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนที่ 2 จากผู้ซื้อที่ปลายทางไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2540

คดีนี้เป็นเรื่องรับขนของทางทะเล ซึ่งขณะเกิดข้อพิพาท พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งไม่ปรากฏคลองจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นว่าด้วยรับขนของทางทะเล จึงต้องวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเทียบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2538

จำเลยสั่งซื้อสินค้าพิพาทจากบริษัท ก. ในประเทศ สหรัฐอเมริกาแล้วว่าจ้างโจทก์ขนส่งสินค้าทางทะเลแบบ ซีวาย/ซีวาย โดยบริษัท ก.เป็นฝ่ายนำตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้ามามอบให้โจทก์บรรทุกลงเรือเมื่อมาถึงท่าเรือกรุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้