Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ฐานผิดสัญญากู้เงิน สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และบังคับจำนอง จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งว่า ไม่เคยทำสัญญากู้เงินไม่เคยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและไม่เคยทำสัญญาจำนองที่ดินกับโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ตกลงจะลดยอดหนี้ลงถ้าหากจำเลยที่ 1 ขายที่ดินบางส่วนมาชำระหนี้ ทำให้จำเลยที่ 1 ต้องขายที่ดินในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ต้องสูญเสียโอกาสและราคาที่ดินที่ควรจะได้รับ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ 1 เห็นได้ว่า คำฟ้องแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์ประพฤติผิดสัญญาที่ตกลงไว้กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องใหม่นอกเหนือจากคำฟ้องเดิม ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเรื่องอื่น ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมที่จะรวมพิจารณาพิพากษาไปในคดีเดียวกันได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินและสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๑,๓๐๖,๔๑๘.๗๙ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๙,๘๕๙,๘๔๔.๙๖ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดชำระเงิน ๘,๗๖๕,๔๒๖.๘๑ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๔.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๗,๔๙๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

จำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญากู้เงินโจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ลายมือชื่อในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีมิใช่ของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ไม่เคยนำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองตามฟ้อง โจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง จำเลยที่ ๑ ไม่เคยได้รับหนังสือทวงถามและให้ไถ่ถอนจำนอง จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง กับฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและทำผิดประเพณีที่ธนาคารถือปฏิบัติต่อลูกค้ากับฝ่าฝืนระเบียบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้จำเลยที่ ๑ เสียหาย เป็นเงินประมาณ ๔,๐๐๐ ,๐๐๐ บาท เมื่อหักกับยอดหนี้ที่ถูกต้องประมาณ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วโจทก์จึงต้องรับผิดชำระเงินให้แก่จำเลยที่ ๑ อีก ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ชำระเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข จึงไม่รับ คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ ๑ ทั้งหมด จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองฐานผิดสัญญากู้เงิน สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและบังคับจำนอง จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญากู้เงิน ไม่เคยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และไม่เคยทำสัญญาจำนองที่ดินกับโจทก์ การคิดคำนวณดอกเบี้ยของโจทก์ไม่ถูกต้อง โจทก์เป็นฝ่ายละเมิดสัญญาและประเพณีที่ธนาคารยึดถือปฏิบัติต่อลูกค้า โจทก์ตกลงจะลดยอดหนี้ลงให้ถูกต้อง ถ้าหากจำเลยที่ ๑ ขายที่ดินบางส่วนมาชำระหนี้ ทำให้จำเลยที่ ๑ ต้องขายที่ดินในราคาต่ำกว่าในท้องตลาด จำเลยที่ ๑ ต้องเสียหายสูญเสียโอกาสและราคาที่ดินที่ควรจะได้รับ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหายเป็นเงินประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท

เมื่อหักกับยอดหนี้ที่ถูกต้องประมาณ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๑ ขอถือเอาเป็นทุนทรัพย์ฟ้องแย้ง ขอศาลบังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำฟ้องแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ อ้างว่าโจทก์ประพฤติผิดสัญญาที่ตกลงไว้กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่นอกเหนือจากคำฟ้องเดิม ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นเรื่องอื่น ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมที่จะรวมพิจารณาพิพากษาไปในคดีเดียวกันได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัช ลิ้มวิชัย · ไพศาล เจริญวุฒิ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรีชา เชิดชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2567

คำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 177 มิได้บังคับว่าต้องระบุอ้างมาตราในกฎหมายด้วย แม้จำเลยทั้งสองระบุเลขมาตรา 193/33 (3) แต่เป็นกรณีตามมาตรา 193/33 (5) ก็เป็นเพียงการอ้างอนุมาตราผิดซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาท อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้