Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาลาไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศ ข้อ 3 มีใจความว่าเมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการฝึกอบรมหรือไม่สำเร็จการฝึกอบรมก็ตามจำเลยที่ 1 จะรับราชการต่อไปที่กรมโจทก์หรือในกระทรวงทบวงกรมอื่นตามที่ทางราชการเห็นสมควรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของเวลาที่ได้รับทุน และสัญญาข้อ 4 มีใจความว่า หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาในข้อ 3 หรือจำเลยที่ 1 ไม่กลับมารับราชการด้วยเหตุใด ๆ ก็ดี จำเลยที่ 1 ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายพร้อมเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ตามที่กำหนดไว้นั้น ตามข้อสัญญาดังกล่าวมีความหมายว่า ภายหลังจากการฝึกอบรมแล้วจำเลยที่ 1 จะต้องกลับมารับราชการที่กรมโจทก์หรือที่กระทรวงทบวงกรมอื่นตามที่ทางราชการเห็นสมควรก็ได้ เพียงแต่จำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติราชการให้ครบระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญาเท่านั้นมิได้หมายความว่า จำเลยที่ 1 จะต้องกลับมารับราชการเฉพาะที่กรมโจทก์จึงจะถือว่าเป็นการชดใช้ทุนคืนตามสัญญา เพราะการที่จำเลยที่ 1 ไปรับราชการที่กระทรวงทบวงกรมอื่น จำเลยที่ 1 ก็ย่อมจะใช้ความรู้ที่ไปฝึกอบรมมาสร้างความเจริญให้แก่หน่วยงานที่ตนไปรับราชการและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็จะตกอยู่กับประเทศชาติเช่นเดียวกัน หากโจทก์ประสงค์ให้ผู้ลาไปฝึกอบรมต้องกลับมารับราชการใช้ทุนเฉพาะที่กรมโจทก์หรือหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งโจทก์สังกัดอยู่ โจทก์สามารถทำได้โดยกำหนดเงื่อนไขของสัญญาให้มีข้อความผูกพันมัดคู่สัญญาไว้ให้ชัดแจ้งเช่นนั้น แต่โจทก์หาได้กระทำไม่ และจำเลยที่ 1 ก็ยังรับราชการอยู่ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมตลอดมา คิดเป็นเวลาที่จำเลยที่ 1 รับราชการต่อจากที่กรมโจทก์เกินกว่าระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ทุนตามระยะเวลาในสัญญา ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญา จำเลยที่ 1 และที่ 3 ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ร่วมกันชำระหนี้จำนวน 22,041.26 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันรับผิดชำระหนี้จำนวน 6,081.68 บาทและจำนวนเงิน 970,200 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยจำนวน175,994.28 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธและขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 20,004.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 182,075.96 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2527ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้จำเลยที่ 3 ชำระแทนจนครบจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4ร่วมกันชำระเงินจำนวน 20,004.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 ไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นตามฟ้องโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงซึ่งไม่โต้แย้งกันแล้วในชั้นฎีกาฟังได้ว่าเดิมจำเลยที่ 1 รับราชการอยู่ที่กรมโจทก์ และได้รับอนุมัติให้ลาศึกษาต่อภายในประเทศที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2518 แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1ยังศึกษาไม่สำเร็จ จึงขอลาต่ออีก 2 ครั้ง

จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน2521 รวมเวลาที่จำเลยที่ 1 ใช้ไปในการศึกษาต่อจนสำเร็จเป็นเวลา3 ปี 7 วัน เมื่อจบการศึกษาแล้วจำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติตามสัญญาข้าราชการไปศึกษาต่อภายในประเทศเอกสารหมาย จ.5 และ จ.6จำเลยที่ 1 จะต้องกลับเข้าปฏิบัติราชการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของเวลาที่ไปศึกษาต่อ ถ้าผิดสัญญาจำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้เงินเดือนทั้งหมดที่ได้รับไประหว่างศึกษาต่อพร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่าหรือหากกลับเข้าปฏิบัติราชการไม่ครบกำหนด จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้เงินที่ได้รับไปโดยลดลงตามส่วนกับเบี้ยปรับอีก 1 เท่าของเงินที่ต้องชดใช้ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งตามสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติราชการชดใช้ทุนเป็นเวลา 6 ปี 14 วัน

ภายหลังศึกษาสำเร็จแล้วจำเลยที่ 1 กลับไปปฏิบัติหน้าที่ราชการจนถึงวันที่24 กันยายน 2523 รวมเวลา 2 ปี 3 เดือน 17 วันหลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้รับทุนภายใต้แผนโคลัมโบผ่านกรมวิเทศสหการให้ไปฝึกอบรมวิชาการทำเซอรามิคที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 11 เดือนนับแต่วันที่ 25 กันยายน 2523 และโจทก์ได้อนุมัติให้จำเลยที่ 1 ลาไปฝึกอบรมได้ แต่จำเลยที่ 1 ใช้เวลาไปฝึกอบรมเพียง 25 วัน ก็เดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ประสงค์ไปฝึกอบรมอีก จำเลยที่ 1 กลับมาปฏิบัติราชการใช้ทุนต่อกับโจทก์อีกตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2523 จนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2525 จึงโอนไปรับราชการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม รวมระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 กลับมาปฏิบัติราชการใช้ทุน 2 ช่วง แก่โจทก์เป็นเวลาเพียง 4 ปี4 เดือน 13 วัน ในการอนุมัติให้จำเลยที่ 1 ลาไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่นดังกล่าวข้างต้น

โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบให้จำเลยที่ 1 ต้องกลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ทุนเป็นเวลา 2 เท่าของเวลาที่ได้รับทุนไป หากผิดสัญญาจำเลยที่ 1 ต้องชดใช้เงินให้แก่โจทก์ รายละเอียดปรากฏตามสัญญาข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ เอกสารหมาย จ.1โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2ก่อนโจทก์อนุมัติให้จำเลยที่ 1 โอนไปรับราชการที่กระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2525 ยอมชำระเงินให้โจทก์ 38,354.17 บาทโดยชำระเงินแล้วในวันทำสัญญาจำนวน 20,000 บาทส่วนที่เหลือจะผ่อนชำระให้โจทก์เสร็จภายใน 6 เดือน ตามเอกสารหมาย จ.9โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ คดีส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาศึกษาต่อภายในประเทศนั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่ฎีกา จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยที่ 1และที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาลาไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศเอกสารหมาย จ.1 และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2 หรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสัญญาลาไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 3 มีใจความว่า เมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการฝึกอบรมหรือไม่สำเร็จการฝึกอบรมก็ตาม จำเลยที่ 1 จะรับราชการต่อไปที่กรมโจทก์หรือในกระทรวงทบวงกรมอื่นตามที่ทางราชการเห็นสมควรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของเวลาที่ได้รับทุนและสัญญาข้อ 4มีใจความว่า หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาในข้อ 3 หรือจำเลยที่ 1ไม่กลับมารับราชการด้วยเหตุใด ๆ ก็ดี จำเลยที่ 1 ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายพร้อมเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ตามที่กำหนดไว้นั้น ตามข้อสัญญาดังกล่าวมีความหมายว่าภายหลังจากการฝึกอบรมแล้ว

จำเลยที่ 1จะต้องกลับมารับราชการที่กรมโจทก์หรือที่กระทรวงทบวงกรมอื่นตามที่ทางราชการเห็นสมควรก็ได้เพียงแต่จำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติราชการให้ครบระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญาเท่านั้น มิได้หมายความว่าจำเลยที่ 1 จะต้องกลับมารับราชการเฉพาะที่กรมโจทก์จึงจะถือว่าเป็นการชดใช้ทุนคืนตามสัญญา เพราะการที่จำเลยที่ 1 ไปรับราชการที่กระทรวงทบวงกรมอื่น จำเลยที่ 1 ก็ย่อมจะใช้ความรู้ที่ไปฝึกอบรมมาสร้างความเจริญให้แก่หน่วยงานที่ตนไปรับราชการ และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็จะตกอยู่กับประเทศชาติเช่นเดียวกัน หากโจทก์ประสงค์ให้ผู้ลาไปฝึกอบรมต้องกลับมารับราชการใช้ทุนเฉพาะที่กรมโจทก์หรือหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งโจทก์สังกัดอยู่โจทก์สามารถทำได้โดยกำหนดเงื่อนไขของสัญญาให้มีข้อความผูกมัดคู่สัญญาไว้ให้ชัดแจ้งเช่นนั้น แต่โจทก์หาได้กระทำไม่

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีคำสั่งอนุมัติให้จำเลยที่ 1 โอนไปรับราชการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าคำสั่งอนุมัตินั้นได้ทำไปเพราะจำเลยที่ 1 ประสงค์จะขอโอนไปก่อนหรือไม่ก็ตาม ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ยังรับราชการอยู่ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมตลอดมา จนถึงขณะเบิกความคดีนี้ (วันที่ 22สิงหาคม 2531) โดยไม่เคยลาออกจากการเป็นข้าราชการเลย คิดเป็นเวลาที่จำเลยที่ 1 รับราชการต่อจากที่กรมโจทก์จำนวน 5 ปีเศษจึงเกินกว่าระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ทุนตามระยะเวลาในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 จ.5 และ จ.6 แล้ว เช่นนี้กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 จำเลยที่ 1 และที่ 3จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้