Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3502/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการขอฝากขังครั้งแรก พนักงานสอบสวนผู้ร้องอ้างเหตุว่า ต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง 10 ปาก ส่วนในการขอฝากขัง ครั้งที่ 2 ผู้ร้องอ้างเหตุว่าต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง อีก 6 ปาก และในการขอฝากขังทั้งสองครั้งผู้ร้องยังอ้างว่าต้องรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาอีกด้วย ซึ่ง จำเลยไม่คัดค้าน จึงมีเหตุอันควรที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ผู้ร้องควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อไปได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ฝากขังได้ตามขอจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 87 วรรคสี่ แม้ต่อมาภายหลังจะปรากฎว่า ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่า ผู้ต้องหาถูกทำร้ายขู่เข็ญให้ รับสารภาพมาก่อนหน้านั้นก็ไม่มีผลทำให้คำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ต้องกลับกลายเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปไม่ ในกรณีดังกล่าวผู้ต้องหาชอบที่จะดำเนินคดีแก่ผู้ที่ทำร้ายตน ตามสิทธิที่มีอยู่ ส่วนคำรับสารภาพของผู้ต้องหาจะ รับฟังได้หรือไม่ เพียงใด และการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาของศาลจึงไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังทั้งสองครั้ง เนื้อหาตามคำร้อง ของ ผู้ต้องหาที่ขอให้ศาลชั้นต้นส่งข้อโต้แย้งของผู้ต้องหาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเมื่อเป็นเรื่องที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าการกระทำของพนักงานสอบสวนขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 233,237 วรรคหนึ่ง,241 วรรคหนึ่งและวรรคสอง,243 วรรคหนึ่ง และมาตรา 245 วรรคหนึ่ง มิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้ผู้ต้องหากล่าวในคำร้องว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนดังกล่าวเห็นได้ว่าบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลอนุญาตให้ผู้ร้องฝากขังผู้ต้องหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ตามคำร้องมิได้กล่าว โดยแจ้งชัดว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบทมาตราใดและเพราะเหตุใด กรณีตามคำร้องย่อมไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 6 ประกอบมาตรา 264 ศาลจึงไม่จำต้องส่งคำร้อง ของ ผู้ต้องหานี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2541 ขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ในระหว่างการสอบสวนมีกำหนด 12 วัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามขอ ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2541 อันเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 ทนายความผู้ต้องหาที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกพวกเจ้าพนักงานตำรวจทำร้ายขู่เข็ญให้รับสารภาพ เมื่อผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 วรรคหนึ่ง พนักงานสอบสวนกลับไม่ยอมสอบปากคำไว้ คำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ 1 จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 วรรคสองผู้ต้องหาที่ 1 ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 วรรคหนึ่ง และขอคัดค้านการขอฝากขังผู้ต้องหาที่ 1 เนื่องจากขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 87 วรรคสี่ ที่กฎหมายบัญญัติให้ฝากขังผู้ต้องหาได้เฉพาะเพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นเท่านั้น แต่ผู้ร้องขอฝากขังเพื่อสืบสวนขยายผล

ทั้งการสอบสวนมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 241 วรรคสอง เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้ให้สิทธิของผู้ต้องหาที่ 1 ให้ทนายความเข้าฟังการสอบสวน อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรคหนึ่ง และขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 วรรคหนึ่งและรัฐธรรมนูญ มาตรา 241 วรรคหนึ่ง ที่ให้มีการสอบสวนโดยรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม บทบัญญัติที่ศาลอนุญาตให้พนักงานสอบสวนฝากขังผู้ต้องหาที่ 1 จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ศาลต้องรอการพิจารณาการขอฝากขังนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อส่งความเห็นโต้แย้งดังกล่าวทั้งหมดของผู้ต้องหาที่ 1ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย และขอให้ศาลชั้นต้นปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ 1ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 2 และมีคำสั่งว่าการที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล

ยังไม่เป็นการดำเนินการในชั้นศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 จึงยังไม่เป็นการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับคดีอันจะทำให้ผู้ต้องหาที่ 1 มีสิทธิโต้แย้งได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 จึงให้ยกคำร้องผู้ต้องหาที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ต้องหาที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความตามสำนวนว่าผู้ต้องหาที่ 1ถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดต่อเสรีภาพและความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ในชั้นขอฝากขังครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขังได้ 12 วัน ตามขอ หลังจากนั้นมีการอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาที่ 1 ตามคำขอของผู้ร้องอีกรวมเป็น 7 ครั้ง

ผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2541 แต่ผู้ประกันขอส่งตัวคืนเองเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2541 ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม 2541พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกเป็นคดีนี้และผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามคำร้องขอเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ต้องหาที่ 1 ในชั้นนี้ประการแรกว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาที่ 1ในการขอฝากขังครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ผู้ต้องหาที่ 1 อ้างว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกทำร้ายขู่เข็ญให้รับสารภาพตามข้อกล่าวหาก่อนหน้านั้นโดยไม่สมัครใจซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งผู้ร้องควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 เกินความจำเป็นและกระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาที่ 1 ตามรัฐธรรมนูญหลายประการ

เห็นว่า ในการขอฝากขังครั้งแรกผู้ร้องอ้างเหตุว่าต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง 10 ปากส่วนในการขอฝากขังครั้งที่ 2 ผู้ร้องอ้างเหตุว่าต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องอีก 6 ปาก และในการขอฝากขังทั้งสองครั้งผู้ร้องยังอ้างว่าต้องรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาที่ 1 อีกด้วยจึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ผู้ร้องควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 ต่อไปได้ประกอบกับศาลชั้นต้นถามผู้ต้องหาที่ 1 ก่อนมีคำสั่งสองครั้งแล้วว่าจะคัดค้านประการใดหรือไม่ ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 ไม่คัดค้าน คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ฝากขังได้ตามขอ จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 วรรคสี่ แม้ต่อมาภายหลังจะปรากฏตามที่ผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวอ้างว่า

ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกทำร้ายขู่เข็ญให้รับสารภาพมาก่อนหน้านั้น ก็ไม่มีผลทำให้คำสั่งอนุญาตให้ฝากขังที่ชอบด้วยกฎหมายต้องกลับกลายเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปไม่ในกรณีดังกล่าวผู้ต้องหาที่ 1 ชอบที่จะดำเนินคดีแก่ผู้ที่ทำร้ายตนตามสิทธิที่มีอยู่ ส่วนคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ 1 จะรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด และการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เพียงใดนั้น เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาของศาลจึงไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังทั้งสองครั้งส่วนที่ผู้ต้องหาที่ 1 ฎีกาประการต่อไปว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งข้อโต้แย้งของผู้ต้องหาที่ 1 ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ต้องหาที่ 1 ฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2541 โดยเนื้อหาเป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวอ้างว่า

การกระทำของพนักงานสอบสวนขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 มาตรา 233, 237 วรรคหนึ่ง, 241 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 243 วรรคหนึ่ง และมาตรา 245 วรรคหนึ่งจึงมิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญแม้ผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวในตอนท้ายคำร้องด้วยว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนดังกล่าว เห็นได้ว่าบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลอนุญาตให้ผู้ร้องฝากขังผู้ต้องหาที่ 1 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่มิได้กล่าวโดยแจ้งชัดว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบทมาตราใดและเพราะเหตุใดจึงเป็นข้อกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย กรณีตามคำร้องไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540มาตรา 6 ประกอบมาตรา 264พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · จรัญ หัตถกรรม · ชนะ ภาสกานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้