Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ตื้นเขินชายคลองเป็นที่ชายตลิ่งของคลอง น้ำท่วมถึงราว3 เดือนทุกปี ไม่ใช่ที่งอกจากที่ดินมีโฉนดของโจทก์เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตาม มาตรา1304 วรรค 2 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อเรือนในที่ชายคลองหน้าที่ดินของโจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อเรือนจากที่พิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ที่ 1เป็นบิดาของโจทก์ที่ 2 และจำเลยซึ่งเกิดจากนางผันภริยาคนที่ 3 ของโจทก์ที่ 1จำเลยเป็นพี่ชายของโจทก์ที่ 2 ที่พิพาทคือที่ดินภายในเส้นสีเขียวอันมีจำนวนเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 21 วา จำเลยเป็นผู้ครอบครองอยู่ โจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินมีโฉนดของโจทก์ จำเลยเข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ที่ 1 จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ มิได้อาศัยสิทธิของผู้ใด ทั้งต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ดังฟ้องในเบื้องแรก จะได้วินิจฉัยเสียก่อนว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่เสียก่อน ในข้อนี้จำเลยอ้างนายแผ้ว

ใจมั่นคง รับราชการเป็นช่างตรีสำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นช่างผู้ออกไปทำการรังวัดที่พิพาทเพื่อทำแผนที่วิวาทตามคำสั่งศาลเป็นพยาน โดยนายแผ้วเบิกความว่า ที่พิพาทตามหลักฐานที่ประกฏในแผนที่ระวางเป็นที่สาธารณประโยชน์ คลองบางลำเจียกกว้างประมาณ 2 เส้นเศษ ปัจจุบันกว้างเพียง 10 วา เนื่องจากตื้นเขิน ส่วนที่ตื้นเขินก็ต้องเป็นที่สาธารณประโยชน์ไม่เป็นที่ดินงอกริมตลิ่ง ผู้ใหญ่บ้านที่ไประวังแนวเขตก็ว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ ที่พิพาทอยู่ติดกับที่ดินมีโฉนดของนายกิ๊ด โจทก์ที่ 1 นางทองหล่อ ที่มีโฉนดเป็นที่นามีหลักเขตปรากฏชัด จากแนวเขตที่ดินมีโฉนดลงไปหาลำคลองบางลำเจียกยาวประมาณ 2 เส้นเศษนายพวง บุญธรรมเจริญ

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลบางกระเจ็ด ซึ่งที่พิพาทอยู่ในเขตปกครองและทั้งโจทก์จำเลยต่างก็เป็นลูกบ้าน เบิกความว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ นายสิน จันเจริญ กำนันท้องที่ที่พิพาทตั้งอยู่ก็มาเบิกความว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ พยานเหล่านี้แม้จำเลยจะเป็นฝ่ายอ้างมา แต่ก็นับได้ว่าเป็นพยานคนกลางเพราะเป็นเจ้าพนักงานทั้งสามคน ต่างก็ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์จำเลยอันจะทำให้เห็นว่าเบิกความเข้าข้างฝ่ายใด โดยเฉพาะตามคำเบิกความของนายแผ้วช่างรังวัดได้ความว่าตามหลักฐานในแผนที่ระวางคลองบางลำเจียกนั้นเป็นที่สาธารณประโยชน์กว้างประมาณ 2 เส้นเศษ บัดนี้คลองนั้นตื้นเขินขึ้น เหลือกว้างเพียง 10 วา และได้ความจากทางนำสืบของทั้งสองฝ่ายอีกว่าหน้าน้ำน้ำยังท่วมถึงที่พิพาทอยู่ราวสามเดือน

นายสินกำนันเบิกความต่อไปว่า คลองบางลำเจียกนั้น ทางอำเภอสั่งไว้ตั้งแต่ปี 2503 ว่าต่อไปจะทำเป็นคลองชลประทาน ไม่ให้ใครจับจองที่เหนือคลอง (ที่พิพาทอยู่ทางทิศเหนือของคลอง) นายพวงผู้ใหญ่บ้านเบิกความอีกว่า ในฤดูแล้งเห็นชาวบ้านปล่อยโคกระบือกินหญ้าในที่พิพาท สรุปแล้วคดีฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่งของคลองบางลำเจียก ซึ่งน้ำยังท่วมถึงอยู่ราว 3 เดือน เป็นประจำทุก ๆ ปี และเป็นที่สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงยังเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) หาใช่เป็นที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินโฉนดของโจทก์ดังโจทก์อ้างไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้