Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องมีคำขอให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เนื่องจากผู้คัดค้านไม่ชำระเงินให้แก่ผู้ร้องเป็นการขอบังคับเกินไปกว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นการร้องขอที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไม่อาจมีคำพิพากษาบังคับเกินคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 41

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำพิพากษาบังคับให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดอันเป็นที่สุด บันทึกแก้ไขคำชี้ขาดอันเป็นที่สุด และใบรับรองของนายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดถึงวันยื่นคำร้องขอรวมเป็นเงินจำนวน 1,217,867.49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมกับดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,217,867.49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับตั้งแต่วันถัดจากวันยื่นคำร้องขอจนถึงวันที่ผู้คัดค้านชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องจนครบถ้วน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ศาลมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ และยกคำร้องขอของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย แก่ผู้ร้องพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5.33 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับจากวันที่ 11 มีนาคม 2554 (ค.ศ.2011) ซึ่งเป็นวันที่เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการดังกล่าวจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 (ค.ศ.2012) ซึ่งเป็นวันที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด แต่ไม่เกินจำนวน 53,235.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมเป็นเงินไม่เกินจำนวน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายในคดีแก่ผู้ร้องจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

รวมเป็นเงินที่ผู้คัดค้านต้องชำระไม่เกินจำนวน 1,160,357.43 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายไทยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนไม่เกิน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 6 กันยายน 2555 อันเป็นวันถัดจากวันที่ผู้คัดค้านได้รับบันทึกคำแก้ไขคำวินิจฉัยถึงที่สุดจากศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันของต้นเงินจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 19 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้รับใบรับรองของนายทะเบียน ศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ผู้คัดค้านจะชำระหนี้แก่ผู้ร้องเสร็จสิ้น

กรณีชำระเป็นเงินบาท ให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ขายให้แก่ลูกค้าในวันที่ใช้เงิน ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงินจริง ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราถัวเฉลี่ยเช่นว่าก่อนวันดังกล่าว ในกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งให้ทราบถึงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ (อัตราอ้างอิง) ก็ให้ใช้อัตราดังกล่าวเป็นเกณฑ์คำนวณ ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 150,000 บาท

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 ผู้คัดค้านแต่งตั้งผู้ร้องเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่ายข้าวขาวและข้าวหอมมะลิไทยในประเทศเครือรัฐออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลาสามปีนับแต่วันที่ 20 มกราคม 2552 ตามสัญญาแต่งตั้งตัวแทน (Sole Agency Agreement) พร้อมคำแปล ตามสัญญาดังกล่าวข้อ 18 ระบุว่า "ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้

รวมถึงข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวกับการมีอยู่ การมีผลสมบูรณ์ หรือการสิ้นสุดลง ให้เสนอและหาข้อยุติตามข้อบังคับของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ (ข้อบังคับเอสไอเอซี) ที่ใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น โดยข้อบังคับดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจากการอ้างอิงถึงในข้อนี้" ต่อมาผู้ร้องเกิดข้อพิพาทกับผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์พิจารณา ผู้ร้องและผู้คัดค้านเข้าร่วมกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์มีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องจำนวน 693,917 ดอลลาร์อสเตรเลีย โดยมีรายละเอียดดังนี้ (1)

จำนวน 209,050 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับรายได้ที่ผู้ร้องไม่ได้รับในส่วนของข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ (infested rice) ที่มีต้นทุนการจำหน่าย (2) จำนวน 157,943 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับการสูญเสียผลกำไรจากข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ซึ่งมีต้นทุนการจำหน่ายทั้งหมดโดยไม่รวมค่าขนส่งไปยังไอจีเอ ดิสตริบิวชัน (3) จำนวน 293,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการสูญเสียผลกำไรอันเป็นผลต่อเนื่อง (4) จำนวน 33,924 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ และให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยจากต้นเงินจำนวน 693,917 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้แก่ผู้ร้องในอัตราดอกเบี้ยหนี้ตามคำพิพากษาที่ใช้บังคับในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ (ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 5.33 ต่อปี)

นับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่มีคำชี้ขาด กับให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ รวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดของผู้ร้อง ทั้งนี้ให้นายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นผู้คำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวในกรณีที่คู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ตามสำเนาคำชี้ขาด ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 พร้อมคำแปล ต่อมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2555 ผู้ร้องร้องขอให้อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์แก้ไขคำชี้ขาด โดยผู้ร้องแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบแล้วตามสำเนาไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ผู้คัดค้านมิได้เข้าร่วมในกระบวนพิจารณาด้วย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 อนุญาโตตุลาการของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์แก้ไขคำชี้ขาด โดยแก้ไขจำนวนค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่จากจำนวน 33,924 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นจำนวน 56,235 ดอลลาร์ออสเตรเลีย แก้ไขค่าเสียหายรวมจากจำนวน 693,917 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และแก้ไขต้นเงินที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยจากจำนวน 693,917 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ในส่วนค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการรวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดนายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์กำหนดให้ผู้ร้องจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ตามสำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียน (Registrar's

Certificate) พร้อมคำแปล ประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับและบังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ (Convention on the Recognition and Enforcement of Foreign Arbitral Awards, New York, June 10, 1958)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 44 หรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกแก้ไขคำชี้ขาดอันเป็นที่สุดฉบับลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ผู้คัดค้านต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้องจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ค่าเสียหายดังกล่าวประกอบด้วยค่าขาดรายได้เนื่องจากข้าวมีแมลงและมอดปนอยู่ ค่าสูญเสียผลกำไรจากข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ (ยกเว้นค่าขนส่งข้าวไปยังบริษัทไอจีเอดิสตริบิวชัน พีทีวาย. แอลทีดี.) ค่าสูญเสียผลกำไรอันเป็นผลต่อเนื่องซึ่งผู้ร้องประสบเป็นเวลา 1 ปีครึ่งโดยประมาณ และค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนสินค้าข้าวที่มีแมลงและมอดปนอยู่ และให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยในอัตราหนี้ตามคำพิพากษาที่ใช้บังคับในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ (ปัจจุบันคือร้อยละ 5.33 ต่อปี)

จากต้นเงินจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ ซึ่งในกรณีนี้ได้แก่การที่ผู้คัดค้านไม่กระทำการส่งมอบสินค้าข้าวที่มีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ให้แก่ผู้ร้องโดยผู้คัดค้านทราบอยู่แล้วว่าผู้ร้องต้องนำสินค้าข้าวดังกล่าวไปจำหน่ายต่อ เป็นผลโดยตรงให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ส่วนค่าเสียหายที่กำหนดในสัญญาแต่งตั้งตัวแทน เป็นกรณีที่คู่สัญญากำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าหากเกิดกรณีตามที่ระบุไว้ มิได้หมายความว่าความรับผิดระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านจำกัดเฉพาะกรณีที่กำหนดไว้เท่านั้นและไม่ต้องรับผิดต่อกันในกรณีอื่น ๆ อีก เพราะความรับผิดของคู่สัญญาย่อมต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายการค่าเสียหายที่ผู้ร้องเรียกร้องตามที่ปรากฏในคำชี้ขาด ข้อ 1.1.7 แล้ว เห็นได้ว่ารายการค่าเสียหายและค่าเสียหายที่อนุญาโตตุลาการกำหนดดังกล่าวไม่เกินกว่าที่ผู้ร้องเรียกร้อง การกำหนดค่าเสียหายของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้ไม่จำต้องอ้างถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 เพราะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่จะวินิจฉัยว่าคำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทอยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือคำชี้ขาดวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ หรือการบังคับตามคำชี้ขาดจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่

ส่วนกรณีที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งในคำชี้ขาดอันเป็นที่สุด (Final Award) ฉบับลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 กำหนดให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย (legal costs) ที่เกิดขึ้นตามสมควรจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ รวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดตามสมควร (reasonable out of pocket expenses) ของผู้ร้อง โดยให้นายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นผู้คำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้น หากคู่พิพาทไม่สามารถตกลงกันได้ดังปรากฏในหนังสือรับรองของนายทะเบียน ข้อ 1 นั้น เห็นว่า ตามข้อบังคับของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 (Arbitration

Rules of the Singapore International Arbitration Centre, SIAC Rules (4th Edition, 1 July 2010)) ข้อ 33 คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจสั่งในคำชี้ขาดให้คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งชำระค่าใช้จ่ายตามกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่น (the legal or other costs) ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งได้ เมื่อพิจารณาประกอบข้อ 30 ค่าธรรมเนียมและเงินวางประกัน (Fees and Deposits) และข้อ 32 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของคณะอนุญาโตตุลาการ (Tribunal's Fees and Expenses) เห็นได้ว่าอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เกี่ยวข้องกับการกำหนดจำนวนเงินในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการทั้งสิ้น การที่คณะอนุญาโตตุลาการสั่งให้นายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นผู้คำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายตามกฎหมายและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดนั้น จึงเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะกระทำได้ และก่อนที่นายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการดังกล่าวจะคำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายในส่วนนี้นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏจากหนังสือรับรองของนายทะเบียน ข้อ 8 และข้อ 9 ว่าในวันที่ 26 มีนาคม 2556 และวันที่ 28 มีนาคม 2556 ศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ได้ขอให้ผู้คัดค้านส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมพิจารณาเรื่องการคำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายตามกฎหมายและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด (taxation

hearing) ในวันที่ 2 เมษายน 2556 แต่ไม่ได้รับความเห็นใด ๆ จากผู้คัดค้าน นายทะเบียนของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์จึงฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา (oral submission) จากฝ่ายผู้ร้องพร้อมกับพิจารณาคำแถลงและเอกสารของคู่พิพาททั้งสองฝ่ายแล้ว นายทะเบียนจึงคำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ผู้คัดค้านพึงต้องชำระให้แก่ผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านสละสิทธิไม่เข้าร่วมการพิจารณาดังกล่าว ถือว่าผู้คัดค้านไม่ประสงค์จะตกลงกับผู้ร้องและยินยอมให้นายทะเบียนแห่งศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์คิดคำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายตามกฎหมายและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่ผู้คัดค้านต้องชำระให้แก่ผู้ร้องได้ตามที่เห็นสมควร

อีกทั้งการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการในต่างประเทศย่อมมีค่าใช้จ่ายแตกต่างจากการดำเนินการในประเทศไทย การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำสั่งในคำชี้ขาดกำหนดให้ผู้คัดค้านชำระค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่เกิดขึ้นตามสมควรจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการรวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดตามสมควรแก่ผู้ร้องโดยให้นายทะเบียนศูนย์อนุญาโตตุลาการดังกล่าวเป็นผู้คำนวณภาษีจากค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้นในกรณีที่ผู้คัดค้านกับผู้ร้องไม่สามารถตกลงกันได้จึงชอบด้วยข้อบังคับของศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 แล้ว การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ดังกล่าวย่อมไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 มาตรา 44 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้บังคับคำชี้ขาดตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของคำพิพากษาที่ให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายไทยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนไม่เกิน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 6 กันยายน 2555 อันเป็นวันถัดจากวันที่ผู้คัดค้านได้รับบันทึกคำแก้ไขคำวินิจฉัยถึงที่สุดจากศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันของต้นเงินจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

นับแต่วันที่ 19 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้รับใบรับรองของนายทะเบียน ศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ผู้คัดค้านจะชำระหนี้แก่ผู้ร้องเสร็จสิ้นนั้น เห็นว่า ตามบันทึกแก้ไขคำชี้ขาดอันเป็นที่สุดฉบับลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 กำหนดให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยจากต้นเงินจำนวน 716,228 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้แก่ผู้ร้องในอัตราดอกเบี้ยหนี้ตามคำพิพากษาที่ใช้บังคับในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ (ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 5.33 ต่อปี) นับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่มีคำชี้ขาด

ดังนั้น การที่ผู้ร้องมีคำขอให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เนื่องจากผู้คัดค้านไม่ชำระเงินให้แก่ผู้ร้องจึงเป็นการขอบังคับเกินไปกว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เป็นการร้องขอที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไม่อาจมีคำพิพากษาบังคับเกินคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้ แม้ผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์ แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 246 และ 142 (5)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่พิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายไทยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนไม่เกิน 769,463.81 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 6 กันยายน 2555 อันเป็นวันถัดจากวันที่ผู้คัดค้านได้รับบันทึกคำแก้ไขคำวินิจฉัยถึงที่สุดจากอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันและของต้นเงินจำนวน 390,893.62 ดอลลาร์ออสเตรเลีย นับแต่วันที่ 19 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้รับใบรับรองของนายทะเบียนศูนย์อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ผู้คัดค้านจะชำระหนี้แก่ผู้ร้องเสร็จสิ้นนั้นเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปริญญา ดีผดุง · นวลน้อย ผลทวี · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวิชัย อริยะนันทกะ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทกค.49/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค150/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค205/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2050/2566

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาดให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เข้าทำสัญญาเงินกู้หรือบันทึกข้อตกลงค้ำประกันการชําระหนี้และสัญญาจำนำหุ้น และในสถานการณ์นี้จะสั่งให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4627/2565

กรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลมีข้อตกลงโดยชัดแจ้งว่า สัญญาประกันภัยทางทะเลระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ผู้รับประกันภัย กับผู้ร้องที่ 22 ผู้เอาประกันภัย ให้อยู่ภายใต้กฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศอังกฤษ กรณีจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5052/2562

คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดถือว่าเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และการพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ศาลจึงมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9476/2558

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในคดีนี้เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแห่งวาเรน - แฟร์ไอน์ แดร์ ฮามบัวร์เกอร์ เบอร์เซ อี.วี. ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จึงเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งตาม พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2045/2557

การที่ผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและเรียกร้องแย้งให้ผู้ร้องชำระเงินให้ผู้คัดค้านอีกจำนวน 430,010.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำคัดค้านเป็นต้นไปจนกว่าจะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้