Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างซึ่งถูกเลิกจ้างอันเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 121 ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)มีสิทธิฟ้องนายจ้างให้รับผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 158 ได้ เมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ กำหนดไว้แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัด มีจำเลยที่ 2ที่ 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยทั้งสามและเป็นกรรมการเลขานุการสหภาพแรงงานสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2520 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ อ้างว่าไม่ไว้วางใจในความประพฤติของโจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าจำเลยกระทำการอันไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งที่ 110/2520 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2520 ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมทั้งจ่ายค่าจ้างให้โจทก์เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้ายก่อนเลิกจ้างตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับโจทก์กลับเข้าทำงานภายในกำหนด 15 วัน

นับแต่วันที่จำเลยทราบคำสั่ง ซึ่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2520 ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2521 โจทก์ไปพบจำเลยที่ 2 ที่ 3 เพื่อขอกลับเข้าทำงานตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับโจทก์กลับเข้าทำงานอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 121 และมาตรา 158

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ฟ้องของโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาจำเลยที่ 2 ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นออกหมายจับไม่ได้ตัวจำเลยที่ 2 มาพิจารณาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธจำเลยที่ 1 ยื่นใบแต่งทนายไว้แต่ยังมิได้ยื่นคำให้การต่อศาลเมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 แถลงรับข้อเท็จจริงว่าบริษัทจำเลยที่ 1ประกอบธุรกิจโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ได้มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้เหตุผลว่าไม่ไว้วางใจในหน้าที่และความประพฤติของโจทก์ โจทก์ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่า จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ออกจากงานโดยเหตุอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า

การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 และสั่งให้จำเลยที่ 1 รับโจทก์กลับเข้าทำงานให้ปฏิบัติตามคำสั่งภายใน15 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งวันที่ 3 มกราคม 2521 แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามเพราะเห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ถูกต้องและได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กับโจทก์คดีนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2521เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่ 110/2520 ตามคดีหมายเลขดำที่ 495/2521 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลศาลชั้นต้นพิเคราะห์ฟ้องโจทก์ประกอบกับคำแถลงของคู่ความแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ให้งดสืบพยานโจทก์ทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า

โจทก์มิใช่ผู้เสียหายพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นผลให้ลูกจ้าง ฯลฯ ไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้ ฯลฯ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีบทลงโทษไว้ตามมาตรา 158 แต่การฝ่าฝืนมาตรา 121 นี้ ผู้เสียหายจะดำเนินคดีทันทีไม่ได้เพราะมาตรา 127 บัญญัติไว้ว่า "การฝ่าฝืนตามมาตรา 121 มาตรา 122 หรือมาตรา 123 จะดำเนินคดีอาญาได้ต่อเมื่อผู้เสียหายเนื่องจากการฝ่าฝืนได้ยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา 124 และผู้ถูกกล่าวหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 125" ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับกันฟังได้ว่าเมื่อจำเลยที่ 1 มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์

โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายตามที่มาตรา 124 ระบุไว้เพราะถูกเลิกจ้างก็ได้ยื่นคำร้องกล่าวหาจำเลยที่ 1 ต่อ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 124 เมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา 125 แล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาก็หาได้ ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่า โจทก์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายครบถ้วนแล้วและโจทก์เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการเลิกจ้างของจำเลยที่ 1อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 121 จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) มีอำนาจฟ้องคดีได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้