Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3488/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องขอให้หมายเรียกทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยผู้มรณะไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อพิจารณาสั่ง แต่ศาลชั้นต้นมิได้ส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทำคำพิพากษาเสร็จแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านจึงถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทราบเรื่องจำเลยมรณะอันจะทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปโดยทราบแล้วว่าจำเลยมรณะและยังไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อดำเนินการตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 ต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 12 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การว่า ที่ดินตาม น.ส.3 พร้อมทั้งบ้านพิพาทเป็นของบุคคลอื่น ซึ่งครอบครองทำประโยชน์และอยู่อาศัยโดยสงบเปิดเผย โดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว โจทก์ไม่ใช่เจ้าของ จำเลยไม่เคยตกลงจะซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากโจทก์ จำเลยย้ายทะเบียนออกจากบ้านพิพาทตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2530 และไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินและบ้านพิพาทอีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านและมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท โดยผู้ร้องสอดเข้าครอบครองทำประโยชน์และอยู่อาศัยโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อมาเป็นเวลาเกิน 10 ปี ขอให้สั่งว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของผู้ร้องสอด ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง

โจทก์ให้การแก้คำร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตามที่ปรากฏในคำฟ้องและคำร้องสอด รวมทั้งไม่เคยใช้สิทธิในฐานะเป็นเจ้าของแท้จริง ขอให้ยกคำร้องสอด

จำเลยให้การแก้คำร้องสอดว่า บ้านและที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนางสมจิตร วิจิตร ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยและเป็นมารดาของผู้ร้องสอด ต่อมาจำเลยและนางสมจิตรหย่ากัน โดยนางสมจิตรตกลงยกบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องสอด ขอให้พิพากษาว่าบ้านและที่ดินพิพาทตามฟ้องเป็นของผู้ร้องสอด ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้องต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและผู้ร้องสอดออกจากบ้านและที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 12 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตามฟ้องของโจทก์ ให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์จำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์เดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินตามฟ้องโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยและผู้ร้องสอดว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนว่าเมื่อจำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2544 เมื่อถึงวันนัดทนายจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 ตามสำเนาใบมรณะบัตรท้ายคำร้องและทนายจำเลยติดต่อให้นายสิทธิชัย ไชยนันท์ บุตรนอกกฎหมายที่ผู้ตายรับรองแล้วเข้าเป็นคู่ความแทน แต่นายสิทธิชัยอ้างว่าต้องให้ศาลมีหมายเรียกเสียก่อน ทนายจำเลยจึงขอให้ศาลออกหมายเรียกนายสิทธิชัยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยผู้มรณะ

ศาลชั้นต้นสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาในวันเดียวกันนั้นว่า "จำเลยมรณะก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา จึงไม่อาจดำเนินการอ่านคำสั่งในวันนี้ได้ ให้รวมคำร้องส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งต่อไป และส่งคำสั่งคืนศาลอุทธรณ์ด้วย ให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ หากจะคัดค้านประการใดให้ยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำรอ้ง เมื่อครบกำหนดให้ส่งคำร้องต่อศาลอุทธรณ์" โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องของทนายจำเลยแล้วไม่ยื่นคำคัดค้าน แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ส่งคำร้องของทนายจำเลยไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อพิจารณาสั่ง จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทำคำพิพากษาเสร็จแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่าน และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2545 กรณีจึงถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทราบเรื่องจำเลยมรณะอันจะทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตามการที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปโดยทราบอยู่แล้วว่าจำเลยมรณะและยังไม่มีผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยและผู้ร้องสอด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2545 ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · จิระ โชติพงศ์ · ธนพจน์ อารยลักษณ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้