Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกฝ่ายหนึ่งและจำเลยที่ 3 ที่ 5 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกัน ยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในข้อหาทำร้ายร่างกายตามฟ้องไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับนายประยูรฝ่ายหนึ่ง และจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๖ อีกฝ่ายหนึ่งได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๓๙๑, ๘๓

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ ลงโทษจำคุก คนละ ๑ เดือน และปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปี ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๖ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยคนไหนทำร้ายคนไหน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีนางต้า นางกัลยา นางนิตย์ นางบุญญะ เป็นพยานต่างเบิกความว่าได้เห็นเหตุการณ์ชุลมุนทำร้ายกัน ไม่ทราบว่าใครทำร้ายใครแน่ชัด ส่วนนายไพฑูรย์พยานโจทก์เบิกความเพียงว่าเห็นพวกของนายมั่น ๓ คนรุมชกต่อยจำเลยที่ ๓ เห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับนายประยูรถือเก้าอี้คนละตัวยืนคุมเชิงอยู่ และเห็นนายมั่นถือไม้จำเลยที่ ๑ กับนายประยูรใช้เก้าอี้ตีพยานล้มลง แล้วพยานวิ่งหนีไป แม้นายไพฑูรย์เบิกความว่าเห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายประยูรรุมเตะต่อยจำเลยที่ ๓ เมื่อนายไพฑูรย์เดินเข้ามาในที่เกิดเหตุที่ถูกจำเลยที่ ๑ และนายประยูรเอาเก้าอี้ตีนายไพฑูรย์ และเห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตีศีรษะจำเลยที่ ๕ แต่ได้ความว่านายไพฑูรย์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๕ นายสวัสดิ์พักอยู่บ้านคนงานของจำเลยที่ ๕ แสดงว่าเกี่ยวข้องเป็นฝักเป็นฝ่ายกับจำเลยที่ ๕ จึงไม่มีน้ำหนักควรแก่การเชื่อถือ

ศาลฎีกาเห็นว่าตามพยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับพวกฝ่ายหนึ่ง และจำเลยที่ ๓ ที่ ๕ กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกัน ยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ตามฟ้องไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · สมคิด มงคลชาติ · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลล่าง
ศาลแขวงธนบุรี - นายประเสริฐ โฉมงาม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2531

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ดังนั้น ข้อหาฐานพยาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8318/2560

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตาม ป.อ. มาตรา 295 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อผู้เสียหายที่ 4 และยกฟ้องจำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายกับความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ เป็นความผิดหลายกรรม และจำเลยให้การรับสารภาพในค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11466/2554

จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งหกและขู่ผู้เสียหายทั้งหกจนผู้เสียหายทั้งหกหาเงินมาให้จำเลยคนละ 1,000 บาท แม้จำเลยจะปักใจเชื่อโดยสุจริตว่า ผู้เสียหายทั้งหกลักเงินจำเลยไป จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิตามกฎหมา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้