Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้ววินิจฉัยว่าคดีนี้มูลคดีเดียวกันกับคดีก่อน จึงเป็น การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 มีคำสั่งให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ให้รับฟ้องประเด็นเรื่องค่าเสียหาย การที่จำเลยฎีกาว่าไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย ขอให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น เป็นฎีกาที่ขอให้จำเลยชนะคดีในปัญหาเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามคำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินมาชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติมอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงเป็น คำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงไม่เป็นการทิ้งฎีกา ประเด็นเรื่องค่าเสียหายเพิ่มเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาสืบต่อเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาหรือไม่ เมื่อคดีก่อนฟังได้ว่าสัญญาเป็นโมฆะ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายต่อไป และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีนี้แล้ว จึงต้องห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 โจทก์ชำระมัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายที่ดินที่ห้ามโอนซึ่งเป็นโมฆะ จึงเป็นการชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยฐานลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 103 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าจำเลยไม่สามารถโอนที่ดินแก่โจทก์ ให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายจำนวน 1,228,326,885 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่กรรม นายครรชิต ผู้จัดการมรดกของจำเลย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ในชั้นชี้สองสถาน

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วเห็นว่าคดีนี้มูลคดีเดียวกันกับคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลจังหวัดเชียงราย จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีดังกล่าว ต้องห้ามมิให้นำคดีมาฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ไว้ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาล ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยนั้นเป็นฎีกาในปัญหาที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหา ข้อกฎหมาย ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ไว้พิจารณา

จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 และให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้อง จึงเป็นคำขอให้จำเลยชนะคดีในประเด็นเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องชำระค่าขึ้น ศาลชั้นฎีกาเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ข) การที่จำเลยฎีกาและชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจำนวน 200 บาท จึงชอบแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินมาชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติมอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงไม่เป็นการทิ้งฎีกาตามกฎหมาย ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ในส่วนค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม

ป.วิ.พ. มาตรา 144 หรือไม่ เนื่องจากตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน สัญญาจำนองและสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือ พื้นดินพิพาทตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจำนองและสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินแล้วว่าเป็นโมฆะ ไม่อาจบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นในประเด็นเรื่องค่าเสียหายค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ค่าขาดรายได้ที่สร้างโรงแรมในที่ดิน ค่าปรับ ค่าทำเขื่อนกั้นดิน ค่าย้ายโรงสูบ และค่าย้ายหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาสืบต่อเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาหรือไม่

เมื่อฟังได้ว่า สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายดังกล่าวต่อไป และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีนี้แล้ว เป็นอันต้องห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำอีก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ส่วนประเด็นที่ว่า เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเป็นโมฆะ จำเลยต้องคืนมัดจำหรือราคาค่าซื้อที่ดิน 8,000,000 บาท หรือไม่ นั้น จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์เรียกคืนไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย เห็นว่าศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ แต่การที่โจทก์ชำระมัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซึ่งเป็นโมฆะดังกล่าว

ย่อมเป็นการชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย ต้องด้วย ป.พ.พ. ลักษณะ 4 ว่าด้วยลาภมิควรได้ ซึ่งตามมาตรา 411 บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำการเพื่อชำระหนี้ เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ท่านว่าบุคคลนั้นหาอาจจะเรียกร้องคืนทรัพย์ได้ไม่" ดังนี้ มัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาท มีมูลมาจากสัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยฐาน ลาภมิควรได้?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในประเด็นที่ 2 เรื่องค่าเสียหายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายโอภาส อนันตสมบูรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายโชค จงสงวน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้