Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นพนักงานธนาคารออมสิน จำเลยได้เบิกเงินค่าเล่าเรียนจากจำเลยไปโดยไม่มีสิทธิ จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกคืนได้ตามระเบียบวิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุต รและการยืมเงินทดรองสิทธิเรียกร้องเงินของจำเลยที่จ่ายให้โจทก์ไปโดยไม่ถูกต้องดังกล่าวคืนนั้น ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 344 จำเลยมีสิทธิหักเงินเดือนโจทก์เพื่อชดใช้เงินซึ่งโจทก์เบิกไปโดยมิชอบได้ไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งประจำแผนกจ่ายเงินกองรักษาเงิน ฝ่ายการบัญชี อัตราเงินเดือนเดือนละ ๙,๓๒๐ บาท มีสิทธิรับเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจำเลยปฏิบัติฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๐ โดยสั่งหักหนี้อื่นจากเงินเดือนของโจทก์ เพื่อชดใช้เงินค่าเล่าเรียนบุตรซึ่งโจทก์เบิกไปโดยได้รับอนุญาตการจ่ายแล้ว ตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๔๐ ประกอบกับคำสั่งที่ ๓๓/๒๕๒๐ ต่อมามีการโต้แย้งการเบิกจ่ายเงินจำนวนนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่ยุติตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๔๐ จำเลยกลับสั่งหักเงินเดือนของโจทก์จำนวน ๑,๒๘๐ บาท โดยหักเดือนเมษายน ๒๕๒๕ เป็นเงิน ๖๔๐ บาท และเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๕ เป็นเงิน ๖๔๐ บาท เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๔ เพราะสิทธิเรียกร้องยังมีข้อต่อสู้อยู่หักกลบลบหนี้ไม่ได้

ทั้งจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๔๐ และคำสั่งที่ ๓๓/๒๕๒๐ อันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จดทะเบียนแล้ว โดยโจทก์เบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรมีการตรวจสอบและอนุญาตจ่ายเงินแล้วจากตัวแทนของจำเลยจำเลยจะโต้แย้งอีกไม่ได้ และตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๔๐ ข้อ ๑๐ กำหนดว่าในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบการนี้ให้คณะกรรมการธนาคารออมสินเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แต่จำเลยโดยผู้อำนวยการกลับเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดสั่งหักเงินเดือนโจทก์ ซึ่งตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๔๐ ไม่ได้ให้จำเลยมีอำนาจหักเงินเดือนของโจทก์กรณีดังกล่าวการกระทำของจำเลยฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๒๘๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยหักเงินเดือนโจทก์จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า โจทก์ใช้สิทธิในการเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร โจทก์ไม่ถูกต้องตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๔๐ และ ๑๖๒ โดยเบิกเงินที่มิใช่ค่าเล่าเรียนรวม ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๑,๒๘๐ บาท คือนำค่าอาหาร ๖๐๐ บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน ๔๐ บาท ของเด็กชายเอกพล พานิช บุตรโจทก์ซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลเบญจมาศ เบิกตาม อส.๒๐ เลขที่ ๓๔๒๒๓๒ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๔ และ อส.๒๐ เลขที่ ๓๔๑๗๗๘ ลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๔ โดยเบิกรวมกับค่าเล่าเรียนเพราะโจทก์หลงผิดเข้าใจว่าค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนดังกล่าวเป็นค่าเล่าเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งสถานศึกษาของเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ

ความจริงมิได้มีความหมายเช่นนั้น โจทก์เบิกเงินค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียน ๒ ครั้งเป็นเงิน ๑,๒๘๐ บาท มิใช่เป็นการเบิกเงินตามเจนารมณ์ของเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรตามระเบียบการฉบับที่ ๑๔๐ และ ๑๖๒ ค่าเล่าเรียนตามระเบียบการฉบับที่ ๑๔๐ ข้อ ๓ หมายความเพียงว่าเกี่ยวกับค่าเล่าเรียนซึ่งปัจจุบันเรียกว่าค่าธรรมเนียมการเรียนส่วนค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งมีความหมายเป็นค่าเล่าเรียนนั้นต้องเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้แต่ละปีว่าจะเบิกได้ประเภทใดเพียงใด ในปีการศึกษาที่โจทก์นำค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนมาเบิกนั้นกระทรวงศึกษาธิการมิได้กำหนดว่าให้เบิกได้ ให้เบิกเฉพาะค่าเล่าเรียนครั้งละ ๖๐๐ บาทเท่านั้น ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งกันอยู่

ความจริงจำเลยชี้แจงให้โจทก์ทราบครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับฟัง ต้องการเบิกทั้งค่าเล่าเรียน ค่าอาหารและค่าอุปกรณ์ ข้อโต้แย้งจึงยุติไปแล้ว เมื่อโจทก์เบิกเงินไป ๑,๒๘๐ บาท จำเลยก็ต้องเรียกคืนและมีสิทธิหักเงินเดือนโจทก์มาชดใช้ จำเลยมิได้ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๓๐ เพราะเงินที่จำเลยหักจากเงินเดือนของโจทก์ ๑,๒๘๐ บาท มิใช่หนี้อื่นแต่เป็นการเรียกคืนตามสิทธิของจำเลยที่มีต่อโจทก์ในเงินจำนวนดังกล่าวเท่านั้น การหักเงินเดือนของโจทก์มิได้มีความหมายว่าเป็นการหักกลบลบหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๔ เพราะเป็นสิทธิเรียกร้องที่ไม่มีข้อต่อสู้ จำเลยไม่ได้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๔๐ และคำสั่งที่ ๓๓/๒๕๒๐ การตรวจสอบและอนุญาตจ่ายเงินของหัวหน้างานโจทก์มีความหมายเพียงว่าโจทก์นำหลักฐานการเบิกมาแสดงครบถ้วนตามใบเบิกคือ

อส.๒๐ หรือไม่มิได้หมายความเลยไปว่าโจทก์ใช้สิทธิเบิกเงินต่าง ๆ ถูกต้องหรือไม่เพียงใด เพราะหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเป็นของการพนักงานและกองงบประมาณของจำเลย การเบิกเงินค่าเล่าเรียนตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๔๐ และ ๑๖๒ ต้องเบิกค่าเล่าเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อันเกี่ยวกับค่าเล่าเรียนอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเบิกทั้งสองอย่างในคราวเดียวกันมิได้ หากฟังว่าโจทก์สามารถเบิกค่าอาหารและค่าอุปกรณ์ โจทก์คงมีสิทธิเบิกเฉพาะค่าเล่าเรียนหรือค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยรับกันว่า เด็กชายเอกพล พานิช เป็นบุตรโจทก์เคยเรียนอยู่ชั้นอนุบาลโรงเรียนอนุบาลเบญจมาศ อันเป็นโรงเรียนราษฎร์ โจทก์เบิกเงินจากจำเลยเป็นค่าอาหารเทอมละ ๖๐๐ บาท และค่าอุปกรณ์การเรียนเทอมละ ๔๐ บาท รวม ๒ เทอม สำหรับปีการศึกษา ๒๕๒๓ เป็นเงิน ๑,๒๘๐ บาทจำเลยรับเงินจำนวน ๑,๒๘๐ บาท จากเงินเดือนของโจทก์คืนแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่าอาหารและค่าอุปกรณ์ตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๔๐ ซึ่งแก้ไขโดยระเบียบธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๑๖๒ การที่จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์จำนวน ๑,๒๘๐ บาทจึงเป็นการจ่ายให้โดยมิชอบ โจทก์ใช้สิทธิเบิกเงินดังกล่าวในฐานะเป็นลูกจ้างจำเลยตามสัญญาจ้างแรงงานการจ่ายเงินให้โจทก์ดังกล่าวเป็นการจ่ายเงินสวัสดิการการศึกษาของบุตรโจทก์ตามระเบียบการธนาคารออมสินว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรจึงมิใช่เป็นหนี้อื่น หากเป็นหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยจึงหักเงินเดือนโจทก์เพื่อชดใช้เงิน ๑,๒๘๐ บาท ซึ่งโจทก์เบิกไปโดยมิชอบได้ไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์โดยโจทก์ไม่มีสิทธิเบิกเงินตามระเบียบการธนาคารออมสินตามที่กล่าวมาแล้วจำเลยมีสิทธิเรียกเงินดังกล่าวคืนจากโจทก์ได้ตามคำสั่งที่ ๓๓/๒๕๒๐ เรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรและการยืมเงินทดรองข้อ ๓ วรรคสอง กำหนดว่า "ในกรณีที่มีการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง ให้กองการพนักงานทักท้วงและเรียกเงินคืนพร้อมทั้งแจ้งให้ฝ่ายการบัญชีและกองงบประมาณทราบโดยด่วน" สิทธิเรียกร้องเงินของจำเลยที่จ่ายให้โจทก์ไปโดยไม่ถูกต้องดังกล่าวคือนั้นไม่ใช่เป็นสิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๔๔ การขอเบิกเงินตามระเบียบการธนาคารออมสินเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิในฐานะที่เป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน

อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ไปโดยไม่มีสิทธิ โจทก์ไม่คืนเงินให้จำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะหักเงินเดือนโจทก์เพื่อชดใช้เงินซึ่งโจทก์เบิกไปโดยมิชอบได้ ไม่เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ปัญหาว่ามีข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยให้จำเลยมีสิทธิหักเงินเดือนของโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงข้อนี้ศาลแรงงานกลางฟังมายังไม่พอแก่การวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในประเด็นเรื่องหักหนี้ให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานในประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิพัฒน์ จักรางกูร · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้