คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คแก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็คเพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้จำเลยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าการมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารับอุทธรณ์ ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยใน ๗ วัน
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นว่าโจทก์ไม่จำต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อโจทก์อุทธรณ์จะต้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๐ ได้บัญญัติไว้ว่า "ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใวนกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันรับ" ดังนี้ศาลจึงต้องมีหน้าที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยโดยตรง จะให้โจทก์เป็นผู้นำส่งหาชอบไม่และจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๗๐ วรรคสอง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕ มาใช้บังคับให้โจทก์เป็นผู้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ก็หาได้ไม่เพราะได้มีบทบัญญัติเรื่องการส่งสำเนาอุทธรณ์ไว้ในมาตรา ๒๐๐ ดังกล่าวโดยชัดแจ้งแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย