Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3467/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณาเพราะในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการขับรถยนต์ชนกับรถยนต์ของผู้มีชื่อระหว่างทางมาศาล ต้องเสียเวลาตกลงกันเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้มาศาลไม่ทันตามกำหนดเวลานัด แต่ข้อเท็จจริงส่อแสดงว่าเหตุที่รถยนต์ชนกันเป็นความผิดของจำเลยที่ 2 และความล่าช้าในการตกลงเรื่องค่าเสียหายกับผู้มีชื่อเกิดจากการที่จำเลยที่ 2 พยายามต่อรองราคาค่าเสียหาย ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 2 สามารถจ่ายหรือทำความตกลงกับผู้มีชื่อได้โดยไม่ชักช้า นอกจากนั้นจำเลยที่ 2 ยังจะต้องให้ผู้มีชื่อซึ่งไม่มีความสันทัดในการเขียนหนังสือเขียนใบรับเงินที่มีข้อความค่อนข้างยืดยาวให้อีก อันเป็นการเพิ่มพูนการเสียเวลาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งความชักช้าดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 มาศาลไม่ทันตามกำหนดนัด เช่นนี้ จึงยังฟังไม่ได้ถนัดนักว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มาศาลไม่ได้ ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจอนุญาตให้พิจารณาใหม่ตามที่ขอได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้ชำระเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้นำที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ ถ้ายังไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำให้การต่อสู้คดีและขอให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระก็ให้นำที่ดินจำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ ถ้ายังไม่พอชำระก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา เพราะในวันัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์ออกจากบ้านตั้งแต่เวลา ๔ นาฬิกา เพื่อเดินทางมาศาลตามกำหนดนัด แต่ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถยนต์ของผู้มีชื่อบนทางด่วนสายดินแดง - ท่าเรือ ต้องเสียเวลาตกลงกันเกือบ ๒ ชั่วโมง จำเลยที่ ๒ มาถึงศาลเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๓๐ นาฬิกา และที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ชำระหนี้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีโอกาสถามค้านพยานโจทก์และนำเอกสารต่าง ๆ มาแสดง ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จงใจขาดนัดพิจารณาและต้องการประวิงคดี ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มาศาลไม่ได้หรือไม่ จากคำเบิกความของนายผดุงผู้ขับรถยนต์อีกคันหนึ่งส่อแสดงว่าจำเลยที่ ๒ ยอมรับกับนานผดุงตั้งแต่แรกแล้วว่าตนเป็นฝ่ายผิดจริง จำเลยที่ ๒ และนายผดุงเบิกความตรงกันว่า นายผดุงเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ จำนวน ๒,๕๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๒ ต่อรองราคา และในที่สุดคู่กรณีก็ตกลงกันได้โดยนายผดุงยอมลดค่าเสียหายลงเหลือ ๑,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ เบิกความว่าต้องเสียเวลาในการต่อรองครู่ใหญ่ เมื่อพิเคราะห์ถึงฐานะของจำเลยที่ ๒ ตามที่ปรากฏในสำเนาแล้ว ค่าเสียหายที่นายผดุงเรียกร้องนับว่าเป็นเงินจำนวนไม่มาก อยู่ในวิสัยที่จำเลยที่ ๒ จะจ่ายหรือทำความตกลงกับนายผดุงได้โดยไม่ชักช้า

ทั้งนี้โดยเมื่อคำนึงถึงภารกิจที่จำเลยที่ ๒ จะต้องรีบไปศาลให้ทันตามกำหนดเป็นเรื่องสำคัญและได้ความจากพยานทั้งสองด้วยว่า จำเลยที่ ๒ ยังให้นายผดุงเขียนใบรับเงินในใบเสร็จรับเงินค่าผ่านทางพิเศษ ตามเอกสารหมาย ร.๑ ด้วย ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวมีข้อความยืดยาวพอสมควร และลายมือของผู้เขียนพอเห็นได้ว่าไม่ค่อยสันทัดในเชิงการเขียนหนังสือ เชื่อว่าคงเขียนช้า ดังนั้นที่พยานทั้งสองเบิกความว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุจนกระทั่งตกลงเรื่องค่าเสียหายกันได้ต้องเสียเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงนั้น น่าเชื่อว่าความล่าช้าดังกล่าวเกิดจากการที่จำเลยที่ ๒ พยานต่อรองราคาค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๒ สามารถจ่ายหรือทำความตกลงกับคู่กรณีได้โดยไม่ชักช้า

นอกจากนั้นจำเลยที่ ๒ ยังจะต้องให้คู่กรณีซึ่งไม่มีความสันทัดในการเขียนหนังสือเขียนใบรับเงินที่มีข้อความค่อนข้างยืดยาวให้อีก เป็นการเพิ่มพูนการเสียเวลาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งความชักช้าดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ มาศาลไม่ทันตามกำหนดนัด เช่นนี้แล้วจะให้ฟังว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ มาศาลไม่ได้ น่าจะยังไม่ถนัดนัก

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจอนุญาตให้พิจารณาใหม่ตามที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขอได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้