Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3464/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ถนนที่เกิดเหตุเป็นทางตรง ขึ้นเนินประมาณ 20 องศา ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ถนนกว้างประมาณ 2 เมตร รถยนต์บรรทุกของจำเลยเสียจำเลยจอดรถอยู่บนผิวจราจรทั้งคันในเวลากลางคืนเมื่อขึ้นเนินไปประมาณ 50 เมตร และคลุมผ้าใบไว้ โดยไม่ได้เปิดไฟท้ายรถหรือแสดงสัญญาณใด ๆ เตือน ให้ผู้ขับรถคันอื่นทราบเป็นเหตุให้รถโจทก์ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะมีแสงสว่างจากไฟหน้ารถแต่ก็เห็นรถจำเลยเมื่อเข้าไปใกล้กันประมาณ 7- 8 เมตรแล้ว คนขับรถโจทก์ขับรถหลบหลีกไม่ทัน จึงเป็นเหตุให้ชนท้ายรถจำเลยดังนี้เหตุเกิดเพราะจำเลยเป็นฝ่ายประมาทแต่ฝ่ายเดียว คนขับรถโจทก์มิได้ประมาทด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์โดยสารปรับอากาศ หมายเลขทะเบียน อ.ท. ๐๓๖๙๓ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ภ.ก. ๐๑๘๑๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุก เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๒๓ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ภ.ก. ๐๑๘๑๓ บรรทุกสินค้าจากจังหวัดภูเก็ตไปตามถนนเพชรเกษมจะเข้ากรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ จอดรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวบนผิวจราจรในช่องทางเดินรถ ไม่เปิดไฟสัญญาณรถยนต์บรรทุกที่จอดเพื่อให้รถคันอื่นที่สัญจรไปมาเห็นประจักษ์ เป็นเหตุให้รถยนต์โดยสารของโจทก์ซึ่งขับบรรทุกผู้โดยสารมาถึงที่เกิดเหตุไม่สามารถมองเห็นและหลบหนีรถยนต์บรรทุกนั้นได้ จึงชนกับรถยนต์บรรทุกนั้นได้ จึงชนกับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวโจทก์ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๔๔๕,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๔๔๕,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสามมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์เสียหาย เมื่อเครื่องยนต์ของรถยนต์บรรทุกขัดข้อง จำเลยที่ ๑ จอดรถยนต์บรรทุกนั้นชิดด้านซ้ายของไหล่ช่องทางเดินรถแล้วเปิดสัญญาณไฟเล็กที่ท้ายรถที่หน้ารถและโคมไฟสีแดงด้านท้ายรถไว้ เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากพนักงานขับรถยนต์โดยสารของโจทก์ประมาทพนักงานขับรถยนต์โดยสารของโจทก์เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของโจทก์ทั้งสองขับรถไปในทางการที่จ้างหรือกิจการของโจทก์ทั้งสองด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและด้วยความประมาทเลินเล่อดังกล่าว ชนรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๓ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๓๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างโดยประมาท จำเลยที่ ๓ มิได้เสียหายตามฟ้องขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระเงินจำนวน ๔๔๕,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ภ.ก.๐๑๘๑๓ บรรทุกปลาป่นของจำเลยที่ ๓ จากจังหวัดภูเก็ตจะไปยังกรุงเทพมหานคร พอถึงที่เกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้อง จำเลยที่ ๑ จอดรถยนต์บรรทุกไว้ที่ด้านซ้ายของถนน ต่อมาเวลาประมาณ ๒๓ นาฬิกามีรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน อ.ท. ๐๓๖๙๓ ของโจทก์ทั้งสองบรรทุกคนโดยสารจากจังหวัดสงขลาจะไปยังกรุงเทพมหานครมาถึงที่เกิดเหตุแล้วเกิดเหตุชนท้ายรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ภ.ก. ๐๑๘๑๓ ที่จอดอยู่เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย ปรากฏว่าถนนที่เกิดเหตุเป็นทางตรง ขึ้นเนินประมาณ ๒๐ องศา ขึ้นเนินไปประมาณ ๕๐ เมตร

ถึงที่เกิดเหตุตรงที่เกิดเหตุผิวจราจรกว้าง ๖ เมตร ไหล่ถนนกว้างประมาณ ๒ เมตร รถยนต์บรรทุกจอดอยู่บนผิวจราจรทั้งคันและคลุมผ้าใบไว้ เห็นได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากรถยนต์บรรทุกจอดอยู่บนผิวจราจรในช่องทางเดินรถในเวลากลางคืนโดยมิได้แสดงสัญญาณใด ๆ เตือนให้ผู้ขับรถคันอื่นทราบ ทั้งยังใช้ผ้าใบคลุมรถไว้ทั้งคันอีกด้วยเมื่อรถยนต์โดยสารแล่นมาถึงที่เกิดเหตุ แม้จะมีแสงสว่างจากไฟหน้ารถแต่ก็เห็นรถยนต์บรรทุกเมื่อเข้าไปใกล้กันประมาณ ๗-๘ เมตรแล้ว ผู้ขับรถยนต์โดยสารเห็นรถยนต์บรรทุกในระยะกระชั้นชิดโดยกระทันหันขับหลบหลีกไม่ทัน จึงเป็นเหตุให้เกิดชนกันที่จำเลยทั้งสามนำสืบอ้างว่า จำเลยที่ ๑ เปิดไฟสัญญาณที่ท้ายรถยนต์บรรทุก และวางกิ่งไม้ไว้บนถนนห่างท้ายรถประมาณ ๕๐ เมตรนั้นไม่น่าเชื่อ

ขณะเกิดเหตุรถยนต์โดยสารแล่นด้วยความเร็วประมาณ ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งไม่เกินอัตราความเร็วที่กฎหมายกำหนดและแล่นขึ้นเนินเหตุที่ด้านหน้าข้างซ้ายของรถยนต์โดยสารชนท้ายรถยนต์บรรทุกด้านขวาน่าจะเป็นเพราะเหตุผู้ขับรถยนต์โดยสารเห็นรถยนต์บรรทุกที่จอดอยู่ในระยะกระชั้นชิดและขับหลบหนีรถยนต์บรรทุกไม่พ้นมากกว่า หาใช่หลบรถยนต์โดยสารที่แล่นสวนมาไม่ เมื่อชนกันแล้วด้านหน้าข้างขวาของรถยนต์โดยสารไม่ได้ปะทะกับท้ายรถยนต์บรรทุก จึงเป็นเหตุให้ด้านหน้ารถยนต์โดยสารเฉไปทางซ้ายตามแรงด้านที่ปะทะส่วนเก้าอี้ในรถยนต์โดยสารหลุดเสียหายก็เพราะเหตุชนกันจะถือเอาเหตุดังกล่าวเป็นข้อชี้ว่าผู้ขับรถยนต์โดยสารขับด้วยความเร็วโดยประมาทหาได้ไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำเลยที่ ๑ ประมาทแต่ฝ่ายเดียว ผู้ขับรถยนต์โดยสารมิได้ประมาทด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้