Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3460/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยและจำเลยร่วมท้ากันให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวโดยไม่สืบพยานว่า จำเลยมีสิทธิจะไม่ขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วมหรือไม่ โดยคู่ความแถลงรับกันว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลยร่วม อันถือได้ว่าคู่ความสละประเด็นข้ออื่นในคดีแล้ว จำเลยและจำเลยร่วมจะโต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันมาในฐานะหุ้นส่วน จำเลยร่วมจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการตั้งเป็นประเด็นใหม่นอกคำท้าอีกหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อขายบ้านเลขที่ ๔๒๖/๑๘๖ พร้อมที่ดินเนื้อที่ ๑๖ ๖.๕/๑๐ ตารางวา ในราคา ๓๐๐,๐๐๐ บาท วันทำสัญญาโจทก์วางมัดจำไว้ ๖๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากที่ดินติดจำนองจึงมิได้กำหนดวันโอนไว้ โจทก์แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนบ้านและที่ดินให้ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๗ ถึงวันนัดจำเลยจะจดทะเบียนโอนบ้านและที่ดินให้โจทก์เพียง ๑๐ ตารางวา โจทก์ขอลดราคาลงตามส่วน จำเลยไม่ยอม ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาและขอริบเงินมัดจำ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๙๙ เนื้อที่ ๖.๕/๑๐ ตารางวา และบ้านเลขที่ ๔๒๖/๑๘๒ ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์และรับชำระราคาที่เหลือไปจากโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยตกลงขายบ้านเลขที่ ๔๒๖/๑๘๒ พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๙๔ เนื้อที่ ๑๐ ตารางวา ให้แก่โจทก์ มิใช่เนื้อที่ ๑๖ ๖.๕/๑๐ ตารางวา ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณา นางจารึก เอ็งประเสริฐ ร้องสอดว่าเป็นภริยาจำเลย ทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิขายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดบอกล้างสัญญาดังกล่าวต่อโจทก์แล้วสัญญาจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ระหว่างสืบพยานโจทก์ คู่ความแถลงรับกันว่า โจทก์มิได้ผิดสัญญาจะซื้อขาย โจทก์ยอมซื้อที่ดินจำนวน ๑๐ ตารางวา ตามสิทธิของจำเลย จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ จำเลยจดทะเบียนสมรสกับจำเลยร่วมเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๕ เหตุที่จำเลยไม่ยอมขายที่ดินและบ้านให้โจทก์ เพราะจำเลยร่วมไม่ได้ให้ความยินยอมและบอกล้างสัญญาแล้ว และคู่ความท้ากันให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวโดยไม่สืบพยานว่า จำเลยมีสิทธิจะไม่ขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วมหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินที่จำเลยจะขายเป็นสินส่วนตัว จำเลยจึงมีอำนาจขายได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วม พิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๙๔ เนื้อที่ ๑๐ ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ ๔๒๖/๑๘๒ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินที่ชำระไม่ครบตามส่วน ถ้าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่า จำเลยและจำเลยร่วมอยู่กินฉันสามีภรรยามาก่อนที่จำเลยได้รับโอนที่ดินที่พิพาทอันเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันมาในฐานะหุ้นส่วน จำเลยร่วมจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วย ยังฟังไม่ยุติและมิได้เป็นไปตามคำท้าว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยร่วม และจำเลยร่วมมีสิทธิบอกล้างได้หรือไม่ ศาลควรฟังข้อเท็จจริงต่อไปมิใช่งดสืบพยานแล้วพิพากษาคดี ขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย เห็นว่าคดีนี้คู่ความท้ากันให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวโดยไม่สืบพยานว่าจำเลยมีสิทธิจะไม่ขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วมหรือไม่ โดยคู่ความแถลงรับกันว่า

จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทมาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ จำเลยจดทะเบียนสมรสกับจำเลยร่วมเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๕ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๗ ของศาลชั้นต้น ถือได้ว่าคู่ความสละประเด็นอื่นในคดีแล้ว จำเลยและจำเลยร่วมจะได้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันมาในฐานะหุ้นส่วน จำเลยร่วมจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วย โดยยกขึ้นตั้งเป็นประเด็นใหม่อีกหาได้ไม่ ข้อโต้แย้งของจำเลยและจำเลยร่วมดังกล่าวอยู่นอกคำท้า ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามที่คู่ความตกลงกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะต้องสืบพยานโจทก์จำเลยเพื่อฟังข้อเท็จจริงกันอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนั้น ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายมานะ ศุภวิริยกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายสุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้