Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3445/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทรัพย์สินพิพาทได้มาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยาก่อนจดทะเบียนสมรส ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องกับจำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้ร้องกับจำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินพิพาท แม้ภายหลังผู้ร้อง กับจำเลยจดทะเบียนสมรสและหย่าขาดจากกันโดยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินพิพาทเป็นอย่างอื่น ทรัพย์สินที่พิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินพิพาทจากการยึด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ให้จำเลยชำระเงิน 47,600บาทแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลย เพื่อนำออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้โจทก์ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โดยอ้างว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสินเดิมของผู้ร้องมีมาก่อนที่ผู้ร้องจะจดทะเบียนสมรสกับจำเลยโจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นสินสมรส ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องและจำเลยเป็นสามีภริยากันตั้งแต่ปีพ.ศ. 2499 แต่เพิ่งจดทะเบียนสมรสในปี พ.ศ. 2518 และจดทะเบียนหย่ากันในปี พ.ศ. 2520 คดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่า

ทรัพย์สินพิพาทรายการที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นของผู้ร้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำมาสืบว่า ทรัพย์สินที่พิพาทรายการที่ 1 ถึงที่ 5 ได้มาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินด้วยกันก่อนจดทะเบียนสมรส ขณะผู้ร้องแต่งงานกับจำเลยนั้น ต่างคนต่างไม่มีทรัพย์สินอะไรมาและทรัพย์สินดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าได้ซื้อมาด้วยเงินส่วนตัวของผู้ร้อง จึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยา ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องกับจำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้ร้องกับจำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินที่พิพาทแม้ภายหลังผู้ร้องกับจำเลยได้จดทะเบียนสมรสและหย่าขาดจากกันโดยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทเป็นอย่างอื่น ทรัพย์สินที่พิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่พิพาทพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิพัฒน์ จักรางกูร · ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2515

ผู้ตายถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกสวนของตนให้แก่ผู้ใดไว้ สวนจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทุกคนครอบครัวของจำเลยอยู่ร่วมเรือนเดียวกันกับผู้ร้อง จำเลยแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีส่วนเป็นเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2504

สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเรือนที่โจทก์นำยึดในคดีที่สามีเป็นจำเลยภริยาไม่มีสิทธิร้องขอให้ถอนการยึด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2503

โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาโจทก์ย่อมนำยึดสินบริคณห์ซึ่งจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเพื่อขอให้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ได้ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยจะมาร้องขัดทรัพย์หาได้ไม่ เมื่อผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7063/2544

ขณะที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจำเลยกับผู้ร้องยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ร่วมกันประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าจนกระทั่งจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในเวลาต่อมา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2538

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่พิพาททั้งแปลง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนเพียงครึ่งหนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงมีเพียงครึ่งหนึ่งของราคาที่พิพาท โจทก์บรรยายฟ้องว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้