Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบข้อทักท้วงของกระทรวงการคลังแล้วไม่ฟ้องภายใน 1 ปี คดีจึงขาดอายุความ เป็นคำให้การที่ชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง แล้ว ส่วนอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้จะต้องด้วยบทกฎหมายลักษณะใด เป็นหน้าที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเอง โจทก์เบิกเงินจากคลังจ่ายสมนาคุณแก่จำเลยโดยผิดระเบียบราชการเงินจำนวนดังกล่าวโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายให้จำเลย และจำเลยไม่มีสิทธิรับเงินจำนวนนี้ การที่จำเลยรับเงินไปเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบเงินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นลาภมิควรได้ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด1 ปี นับแต่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีคำสั่งแต่งตั้ง จำเลยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีหน้าที่เรียบเรียงหนังสือดรรชนีพระไตรปิฏกตอน 3 และตอน 4 จำเลยเรียบเรียงหนังสือดังกล่าว จนแล้วเสร็จ โจทก์ได้จ่ายเงินสมนาคุณแก่จำเลยจำนวน 3,750 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายโดยผิดระเบียบ เพราะการที่จำเลยเรียบเรียงหนังสือนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในราชการตามปกติและจำเลยไม่ใช่ผู้ทรงคุณวุฒิ โจทก์จึงได้มีบันทึกเรียกให้จำเลยส่งเงินจำนวน ดังกล่าวคืนโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหายเพราะโจทก์ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเงินจำนวนดังกล่าว และมีสิทธิติดตามเอาคืนจากจำเลยได้ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 4,453 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า งานเรียบเรียงหนังสือตามโครงการของโจทก์เป็นงานนอกหน้าที่ของจำเลย

จำเลยมีสิทธิได้รับเงินสมนาคุณตามระเบียบโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ทราบข้อทักท้วงของกระทรวงการคลังแล้ว แต่ฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 7,750 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาประการว่า คำให้การของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบข้อทักท้วงของกระทรวงการคลังแล้วไม่ฟ้องภายใน 1 ปี เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าว เป็นคำให้การที่ชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง แล้ว ส่วนอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้นั้น จะต้องด้วยกฎหมายลักษณะใด เป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเอง ฉะนั้นศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจยกอายุความเรื่องลาภมิควรได้ขึ้นวินิจฉัยและวินิจฉัยปัญหาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความฐานลาภมิควรได้หรือไม่ว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้เบิกเงินจากคลังจ่ายสมนาคุณแก่จำเลยจำนวน 3,750 บาท เพื่อตอบแทนการที่จำเลยซึ่งได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเรียบเรียงหนังสือดรรชนีพระไตรปิฏกตอน 3 และ 4 แล้วเสร็จ ปรากฏว่าการจ่ายเงินของโจทก์ให้แก่จำเลยดังกล่าวเป็นการจ่ายผิดระเบียบราชการเพราะจำเลยไม่มีสิทธิได้รับ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ และจำเลยมิใช่ผู้ทรงคุณวุฒิ และโจทก์ทราบว่ามีสิทธิเรียกเงินคืนตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2529

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินจำนวน 7,750 บาท นี้ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายให้จำเลยและจำเลยก็ไม่มีสิทธิรับเงินจำนวนดังกล่าว การที่จำเลยรับเอาเงินของโจทก์ไปจึงเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ เงินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นลาภมิควรได้โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2532 พ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้