Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ลงวันที่11มิถุนายน2516ข้อ6และข้อ23ว่าสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเป็นผู้กำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์เมื่อโจทก์ไม่พอใจจึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับการกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเมื่อวันที่29เมษายน2536คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้วินิจฉัยแล้วมีมติว่าโจทก์อยู่ในรหัสประเภทกิจการ1004"การประกอบรถยนต์"อัตราเงินสมทบร้อยละ0.6และรหัสประเภทกิจการอื่นๆเพิ่มเติมตามประเภทกิจการของผู้ว่าจ้างโจทก์โดยโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเมื่อวันที่24พฤศจิกายน2536การที่โจทก์ไม่พอใจในคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวโจทก์ต้องยื่นฟ้องต่อศาลภายในสามสิบวันนัดแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยตามข้อ25ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวข้างต้นแต่โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายในกำหนดโดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่23กันยายน2537โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนและการอุทธรณ์ลงวันที่11มิถุนายน2516ข้อ8เป็นกรณีที่ถ้าปรากฎว่ารหัสประเภทกิจการที่กำหนดไว้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยและเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบของนายจ้างให้ตรงกับข้อเท็จจริงเมื่อไม่ปรากฎว่าสำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้มีคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบของโจทก์แต่อย่างใดทั้งการอุทธรณ์ตามข้อ8ก็ไม่ต้องขอให้สำนักงานประกันสังคมจำเลยที่1วินิจฉัยก่อนดังนี้อุทธรณ์ของโจทก์ในเรื่องนี้จึงไม่เป็นการอุทธรณ์ตามข้อ8แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวข้างต้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2534 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันสำนักงานกองทุนเงินทดแทนกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์เพื่อจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนไว้ที่รหัส 1004 ประเภทกิจการประกอบรถยนต์ซึ่งต้องชำระเงินสมทบในอัตราร้อยละ 0.6 อันเป็นการกำหนดรหัสประเภทกิจการไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเนื่องจากกิจการที่โจทก์ดำเนินอยู่มิใช่การประกอบรถยนต์หากแต่เป็นกิจการให้บริการด้านแรงงาน โดยโจทก์มีรายได้จาก การคัดเลือกจัดหา ฝึกและส่งแรงงานเข้าไปทำงานตามที่มีผู้ว่าจ้าง ทั้งโจทก์มีทุนจดทะเบียนเพียง 1,000,000 บาท ไม่มีทรัพย์สินวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ใดที่จะใช้ในกิจการประกอบรถยนต์ รหัสประกอบกิจการและอัตราเงินสมทบของโจทก์ที่ถูกต้องควรเป็นรหัส 1601 ประเภทกิจการด้านธุรกิจ หรือรหัส 1625ประเภทกิจการอาชีพหรือบริการที่มิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นซึ่งมีอัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2 โจทก์ได้อุทธรณ์เรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนโดยยังมิได้ขอให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัย และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนกำหนดให้โจทก์อยู่ในรหัส1004 ต่อมาโจทก์มีหนังสือฉบับลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2537 ขอให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบของโจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้มีหนังสือลงวันที่ 20กรกฎาคม 2537 ถึงโจทก์แจ้งว่าคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนกำหนดให้โจทก์อยู่ในรหัส 1004 แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์เรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ต่อมาสำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้มีหนังสือแจ้งโจทก์ว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้มีมติและแจ้งผลให้โจทก์ทราบแล้ว โดยโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2537ขอให้เพิกถอนคำสั่ง คำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนของจำเลยที่ 1 และคำสั่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานคณะกรรมการตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย2, 4 และ 6 และมีคำสั่งว่าโจทก์อยู่ในประเภทรหัสกิจการ 1601 หรือ1625 ประเภทกิจการบริการงานอาชีพหรือบริการที่ไม่ได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นซึ่งมีอัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2จำเลยทั้งสองให้การว่า สำนักงานกองทุนเงินทดแทนกำหนดรหัสประเภทกิจการให้โจทก์ถูกต้องต้องกฎหมายแล้ว

ทั้งโจทก์เคยอุทธรณ์เรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งคณะกรรมการทุนเงินทดแทนได้พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าการกำหนดรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบชอบแล้วโจทก์ได้รับแจ้งเป็นหนังสือตั้งแต่วันที่ 24พฤศจิกายน 2536 แต่โจทก์มิได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 30 วันโจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาสู่ศาล ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงร่วมกันว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลมีฐานะเทียบเท่ากรมโจทก์เคยยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับการกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2536ตามสำเนาแบบอุทธรณ์เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วมีมติว่า

โจทก์อยู่ในรหัสประเภทกิจการ 1004 "การประกอบรถยนต์" อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.6 และรหัสประเภทกิจการอื่น ๆ เพิ่มเติมตามประเภทกิจการของผู้ว่าจ้างโจทก์โดยโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเมื่อวันที่24 พฤศจิกายน 2536 ตามสำเนาหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์และสำเนาใบตอบรับเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 3 และ 4แต่โจทก์มิได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2537 โจทก์ได้มีหนังสือถึงสำนักงานกองทุนเงินทดแทนว่าการกำหนดรหัสประเภทกิจการดังกล่าวไม่ถูกต้อง โจทก์อยู่ในรหัสประเภทกิจการ 1601 หรือ 1625สำนักงานประกันสังคมมีหนังสือแจ้งโจทก์ว่าคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีมติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้แจ้งผลการอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2536 หากโจทก์ไม่พอใจสามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ภายใน 30 วัน

โจทก์ได้อุทธรณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และสำนักงานกองทุนเงินทดแทนมีหนังสือแจ้งต่อโจทก์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2537 รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือขอให้วินิจฉัยและเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบ สำเนาหนังสือแจ้งกำหนดรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบสำเนาแบบอุทธรณ์ และสำเนาหนังสือแจ้งอุทธรณ์เงินสมทบเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 ถึง 8ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าอุทธรณ์ของโจทก์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีเนื้อความว่าการกำหนดรหัสประเภทกิจการของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง เป็นการอุทธรณ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การวางเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ข้อ 8มิใช่ข้อ 7 เพราะเป็นกรณีที่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง อุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามกฎหมายเพราะโจทก์ยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนจึงไม่ชอบและไม่มีผลเป็นการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนั้นกำหนด 30 วันที่ให้ยื่นฟ้องต่อศาลยังไม่เริ่มนับโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น

เห็นว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ข้อ 6 ว่า "ให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนกำหนดรหัสประเภทกิจการของนายจ้างตามตารางที่ 1 ท้ายประกาศนี้โดยพิจารณาจากประเภทกิจการที่นายจ้างดำเนินกิจการ" และข้อ 23 ว่า"นายจ้างซึ่งไม่พอใจคำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนตามข้อ 3 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9ข้อ 18 วรรคสอง และข้อ 21 ให้อุทธรณ์คำสั่ง คำวินิจฉัยหรือการประเมินเงินสมทบต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยหรือการประเมินเงินสมทบนั้น"ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว

สำนักงานกองทุนเงินทดแทนเป็นผู้กำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่พอใจจึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ได้ความว่าโจทก์ยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับการกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2536 ตามสำเนาแบบอุทธรณ์เอกสารท้ายคำให้การเอกสารหมายเลข 1 คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้วินิจฉัยแล้วมีมติว่า โจทก์อยู่ในรหัสประเภทกิจการ 1004 "การประกอบรถยนต์"อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.6 และรหัสประเภทกิจการอื่น ๆ เพิ่มเติมตามประเภทกิจการของผู้ว่าจ้างโจทก์ โดยโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2536 ตามสำเนาหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ และสำเนาใบตอบรับเอกสารท้ายคำให้การเอกสารหมายเลข 3และ 4 การที่โจทก์ไม่พอใจในคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวโจทก์ต้องยื่นฟ้องต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยตามข้อ 25ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวข้างต้น แต่โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายในกำหนดโดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2537โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า

อุทธรณ์ของโจทก์ตามสำเนาแบบอุทธรณ์ท้ายคำให้การเอกสารหมายเลข 1 เป็นอุทธรณ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ข้อ 8 นั้น เห็นว่าประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว ข้อ 8 เป็นกรณีที่ถ้าปรากฎว่ารหัสประเภทกิจการที่กำหนดไว้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยและเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบของนายจ้างให้ตรงกับข้อเท็จจริงเมื่อไม่ปรากฎว่าสำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้มีคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบของโจทก์แต่อย่างใดทั้งการอุทธรณ์ตามข้อ 8 ก็ไม่ต้องขอให้จำเลยที่ 1 วินิจฉัยก่อน จึงไม่เป็นการอุทธรณ์ตามข้อ 8 กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพงษ์ สนธิเณร · พรชัย สมรรถเวช · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้