คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าเจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ในระหว่างที่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดยังไม่ถึงที่สุด ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้จำเลยล้มละลายได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินเป็นการด่วน อีกทั้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็มีผลเป็นคำพิพากษา ดังบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 153 มาตรา 13 และมาตรา 6 ดังนั้น หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า เจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้ว แม้คำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการอนุญาตให้ทุเลาการบังคับตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามความในมาตรา 61 ทันที คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.