Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เรือนโรงของจำเลยปลูกอยู่ในที่ชายตลิ่งอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันซึ่งอยู่ระหว่างหน้าที่ดินโจทก์กับคลอง มิได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ ทั้งมีมาก่อนที่โจทก์จะซื้อที่ดินนั้นมา แม้โจทก์จะมีอาชีพทำประมง แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์ก็ยังสามารถนำเรือประมงเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้พฤติการณ์ดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันปลูกสร้างโรงเรือนในที่ชายตลิ่งติดหน้าที่ดินโจทก์กีดขวาง ปิดกั้นหน้าที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือที่จดคลองพุมเรียงขนานกับหน้าที่ดินโจทก์ประมาณ6 เมตร มาตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าว ทำให้โจทก์ซึ่งมีอาชีพทำประมงเสียหาย โดยไม่สามารถใช้สอยที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือเข้าออกสู่คลองพุมเรียงได้ และไม่สามารถจอดเรือประมงขนานกับหน้าที่ดินของโจทก์ในการขึ้นลงผลิตผลที่โจทก์ได้จากการประมงตามปกติสุข โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทั้งสามรื้อโรงเรือนดังกล่าวออกไปจากหน้าที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยทั้งสามไม่รื้อ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรื้อถอนโรงเรือนสิ่งกีดขวางตามฟ้อง

พร้อมขนย้ายบริวารออกไปจากที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือห้ามมิให้เข้ามารบกวนเกี่ยวข้องอีก ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 900 บาท และวันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะรื้อถอนโรงเรือนสิ่งกีดขวางออกไปจากที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินโจทก์แล้วเสร็จจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโรงเรือนพิพาทของจำเลยทั้งสามไม่ได้กีดขวางปิดกั้นการใช้ที่ดินของโจทก์กล่าวคือ โรงเรือนพิพาทได้ยกพื้นสูงเหนือระดับตลิ่ง ข้างล่างปล่อยโล่งโดยตลอด โจทก์สามารถที่จะนำเรือเข้าจอดทางคลองพุมเรียงได้หลายลำ โดยใช้หัวเรือเข้าหาตลิ่งดังที่โจทก์จำเลยและชาวบ้านจอดกันหน้าที่ดินโจทก์ติดริมคลองก็ยังมีที่ว่างยาวถึง6 เมตร โรงเรือนพิพาทจึงหาได้ปิดกั้นกีดขวางทำให้โจทก์เสียหายแต่อย่างใดไม่ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โรงเรือนของจำเลยทั้งสามปลูกอยู่ในที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันซึ่งอยู่ระหว่างหน้าที่ดินโจทก์กับคลองพุมเรียง มิได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่มีมาก่อนที่โจทก์จะซื้อที่ดินนั้นมา แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าโจทก์มีอาชีพทำประมงและมีเรือประมงอยู่ 1 ลำ ดังที่โจทก์นำสืบก็ตาม โจทก์ก็ยังมีที่ดินต่อจากโรงเรือนพิพาทติดกับคลองพุมเรียงเหลืออีก 3 วา ซึ่งสามารถใช้จอดเรือประมงได้ โดยการหันหัวเรือเข้าหาตลิ่งที่โจทก์ฎีกาว่าการจอดเรือประมงจะต้องให้ตัวเรือขนาดกับชายตลิ่ง ที่ดินของโจทก์ที่เหลือจากถูกโรงเรือนพิพาทบังเพียง 3 วา ไม่พอกับความยาวของตัวเรือ จึงไม่สามารถจอดได้นั้น

ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ตอบคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ที่ 3 ว่า การจอดเรือใต้ถุนโรงเรือนพิพาทใช้หัวเรือทิ่มเข้าหาฝั่ง ทั้งข้อเท็จจริงยังได้ความว่าโรงเรือนพิพาทบังหน้าที่ดินโจทก์เพียง 3 วา แต่สามารถนำเรือประมงจอดใต้ถุนโรงเรือนนั้นได้ถึง 2 ลำ เช่นนี้ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังได้ ที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่า จำเลยทั้งสามนำเรือประมงของจำเลยมาจอดเทียบหน้าโรงเรือนพิพาท โดยส่วนหัวเรือขนานกับโรงเรือนพิพาท ส่วนท้ายเรือปิดบังหน้าที่ดินของโจทก์ในส่วนที่เหลือจากที่ถูกโรงเรือนพิพาทบัง ทำให้โจทก์ไม่สามารถนำเรือประมงของโจทก์เข้าจอดหน้าที่ดินของโจทก์ได้นั้นเห็นว่าแม้จะเป็นความจริงดังโจทก์อ้าง

เหตุที่โจทก์นำเรือเข้าจอดไม่ได้หาใช่เกิดจากโรงเรือนพิพาทไม่ หากแต่เกิดจากการจอดเรือประมงของจำเลยทั้งสาม ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า แม้โรงเรือนพิพาทจะปิดบังหน้าที่ดินของโจทก์ด้านที่ติดคลองพุมเรียงเป็นบางส่วน แต่โจทก์ก็ยังสามารถนำเรือประมงเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้ พฤติการณ์ดังกล่าวถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายและเดือนร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1337 จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนพิพาทออกไป คดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายของโจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้