Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3419/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงได้ความว่า อำนาจอนุมัติเงินยืมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ผู้เดียว จำเลยที่ 2 ผู้เป็นปลัดจังหวัดจะสั่งอนุมัติได้ต่อเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และตามระเบียบราชการผู้ขอยืมเงินจะต้องขอไปใช้ในทางราชการผู้มีอำนาจอนุมัติจึงจะอนุมัติให้ยืมได้ ดังนี้ เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเสมียนตรานำเงินยืมไปใช้นอกเหนือหน้าที่ราชการและจำเลยที่ 2 ทำนอกเหนือหน้าที่ราชการแต่อย่างใดจึงต้องฟังว่าการที่จำเลยที่ 1 ได้ขอยืมเงินทดรองราชการ และจำเลยที่ 2 อนุมัติไปตามฟ้อง เป็นการยืมไปใช้ในราชการในกรณีเช่นนี้ จำเลยที่ 1 หาได้อยู่ในฐานะผู้ยืมตามกฎหมายไม่(อ้างฎีกาที่ 1107/2499) การที่โจทก์กล่าวฟ้องว่าจำเลยที่ 1ยืมเงินทดรองราชการไปแล้วไม่ส่งใช้เงินยืมหรือไม่ส่งใบสำคัญหักล้างเงินยืม และจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติราชการของจำเลยที่ 1 เป็นผู้อนุมัติเงินยืม จึงเป็นเรื่องที่กล่าวหาว่าจำเลย ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการนั้นเอง หาได้กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำละเมิดต่อโจทก์แต่ประการใดไม่ จึงไม่มีทางที่จะบังคับให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการตำแหน่งเสมียนตราจังหวัดนนทบุรีมีหน้าที่เบิก รับ จ่าย รักษาเงิน ควบคุมการเงินของทางราชการจังหวัดนนทบุรีจำเลยที่ ๒ รับราชการตำแหน่งปลัดจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติราชการงานเสมียนตราจังหวัดนนทบุรีตลอดจนมีอำนาจอนุมัติเงินยืมต่าง ๆ ของทางราชการจังหวัดนนทบุรีให้แก่จำเลยที่ ๑ เมื่อระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๙ จำเลยที่ ๑ ได้ขอยืมเงินทดรองราชการของจังหวัดนนทบุรี โดยทำบันทึกใบยืมและสัญญารับรองการยืมเงินประเภทต่าง ๆ รวม ๓๖ ครั้ง รวมเป็นเงิน ๖๗,๒๑๗.๓๕ บาท และจำเลยที่ ๒เป็นผู้อนุมัติ นับตั้งแต่จำเลยที่ ๑ ยืมเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว

จำเลยที่ ๑มิได้ส่งใช้เงินยืมคืน ทั้งไม่ส่งใบสำคัญหักล้างเงินยืม จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ยืมและจำเลยที่ ๒ ผู้อนุมัติต้องรับผิดร่วมกันใช้เงินจำนวนนี้คืนแก่จังหวัดนนทบุรีโจทก์แจ้งให้จำเลยใช้เงินยืมดังกล่าวหลายครั้ง จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน ๖๗,๒๑๗ บาท ๓๕ สตางค์แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้ทำใบยืมเงินทดรองราชการรวม ๓๖ ฉบับจริงแต่เป็นการยืมทดรองจ่ายเพื่อใช้ในกิจการและหน้าที่ของโจทก์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งและอนุมัติจ่ายได้ ถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ต้องรับผิด และตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า

ไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีหน้าที่อนุมัติเงินยืมการอนุมัติเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยที่ ๒ ลงชื่ออนุมัตินั้นเป็นการลงชื่อแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเงินตามฟ้องอยู่ครบถ้วน เพียงแต่จำเลยที่ ๑กับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างไม่ยอมส่งใบสำคัญหักคืนเงินยืมหรือเบิกจากเงินงบประมาณใช้คืนเงินยืมเท่านั้น และตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความและฟ้องเคลือบคลุม ชั้นพิจารณาโจทก์แถลงว่า อำนาจอนุมัติเงินยืมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ผู้เดียว และคู่ความรับกันว่าตามระเบียบราชการผู้ขอยืมเงินจะต้องขอไปใช้ในทางราชการ ผู้มีอำนาจอนุมัติจึงจะอนุมัติให้ยืมได้ และระยะเวลาส่งใบสำคัญใช้เงินยืมจะต้องส่งภายในเวลา ๑๕ วัน นับแต่ผู้ยืมได้ใช้จ่ายเงินยืมไปตามกำหนดการที่ยืมนั้นเสร็จ เมื่อสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนได้ ๑ ปาก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ตั้งเป็นมูลสัญญา ไม่ใช่มูลละเมิดหากจะฟังว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ส่งใช้เงินยืมและไม่ส่งใบสำคัญหักล้างเงินยืมอย่างดีจะฟังได้ก็เพียงว่าจำเลยที่ ๑ บกพร่องหรือละเลยต่อหน้าที่ หรือเป็นการผิดระเบียบเท่านั้น หาได้กระทำผิดสัญญาต่อโจทก์ ส่วนการที่จำเลยที่ ๒อนุมัติเงินยืมก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่โดยชอบ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดและฟ้องไม่ได้บรรยายว่าการที่จำเลยที่ ๑ ไม่ส่งใช้เงินยืมและไม่ส่งใบสำคัญหักล้างเงินยืมนั้นเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายหรือไม่อย่างไร จำเลยที่ ๒ จะต้องมีส่วนรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ อย่างไรเป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ได้ความตามที่โจทก์แถลงว่า อำนาจอนุมัติเงินยืมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๒ จะสั่งอนุมัติได้ต่อเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจปฏิบัติราชการได้และคู่ความรับกันว่า ตามระเบียบราชการผู้ขอยืมเงินจะต้องขอไปใช้ในทางราชการผู้มีอำนาจจึงจะอนุมัติให้ยืมได้และวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยที่ ๑ นำเงินยืมดังกล่าวไปใช้นอกเหนือหน้าที่ราชการ และจำเลยที่ ๒ ทำนอกเหนือหน้าที่ราชการอย่างใด จึงต้องฟังว่าการที่จำเลยที่ ๑ ได้ขอยืมเงินทดรองราชการ และจำเลยที่ ๒อนุมัติไปตามฟ้อง เป็นการยืมไปใช้ในราชการ ในกรณีเช่นนี้จำเลยที่ ๑ หาได้อยู่ในฐานะผู้ยืมตามกฎหมายไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๐๗/๒๔๙๙ระหว่างกรมไปรษณีย์โทรเลข

โจทก์ ม.ร.ว.เชื้อ สนิทวงศ์ กับพวก จำเลยที่โจทก์กล่าวฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ยืมเงินทดรองราชการไปแล้วไม่ส่งใช้เงินยืมหรือไม่ส่งใบสำคัญหักล้างเงินยืม และจำเลยที่ ๒ ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติราชการของจำเลยที่ ๑ เป็นผู้อนุมัติเงินยืมรายนี้ จึงเป็นเรื่องที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการนั้นเอง หาได้กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำละเมิดต่อโจทก์แต่ประการใดไม่ไม่มีทางที่จะบังคับให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · อุดม จาละ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
ศาลอุทธรณ์ - นายประสพ ปรัชญาภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้