Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคสาม เป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมาตรา 4 ให้หมายถึง คณะกรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกระทำการอันเป็นเท็จด้วยการใช้เอกสารปลอมร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา114 วรรคสอง เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 268 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปี

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคสอง, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคหนึ่งวรรคสองและวรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำเลยเป็นผู้ใช้เอกสารปลอมที่เป็นผู้ปลอมขึ้น ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง แต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี ฐานกระทำการอันเป็นเท็จโดยร่วมกันแจ้งหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 และเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้สมัครถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งและไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง จำคุก 7 ปี รวมจำคุก 8 ปี ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 7 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและคำขออื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หรือไม่ เห็นว่า จากทางนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ยื่นหนังสือประกอบการร้องเรียน ซึ่งเป็นเอกสารปลอมต่อประธานและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคามว่านายณรงค์ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการใช้เงินซื้อเสียง ตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือร้องเรียนโดยใช้หรืออ้างเอกสารซึ่งเป็นหนังสือที่มีลายมือชื่อของผู้เสียหายทั้งสิบลงชื่อไว้ว่าเป็นพยานผู้รู้เห็นการซื้อเสียงของนายณรงค์โดยได้รับแจกเงินจากนางแพงเพื่อเป็นสินจ้างลงคะแนนให้แก่นายณรงค์เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียนดังกล่าว จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้นำสืบพยานหลักฐานถึงการกระทำของจำเลยว่าจำเลยเป็นผู้ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้งสิบ

นายณรงค์ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคามและประชาชน ครบองค์ประกอบความผิดตามคำฟ้องแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอมนั้น ย่อมต้องอาศัยพฤติการณ์การกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลยได้ความว่า จำเลยจบการศึกษาระดับปริญญาโท และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายณรงค์ผู้สมัคร ผู้ถูกร้องเป็นคู่แข่ง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2547 นางจันทร์เพ็ญซึ่งจำเลยอ้างว่าไม่เคยรู้จักมาก่อนได้นำธนบัตรจำนวน 200 บาท มาให้จำเลยใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนนายณรงค์ว่าใช้เงินแจกชาวบ้านเพื่อซื้อเสียง แต่จำเลยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากนางจันทร์เพ็ญ หรือพานางจันทร์เพ็ญไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคามหรือเจ้าพนักงานตำรวจแต่อย่างใด

ไปใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนนายณรงค์ต่อประธานและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม ด้วยตนเองในวันที่ 22 มีนาคม 2547 อันเป็นเวลาภายหลังจากจำเลยทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่านายณรงค์ได้รับเลือกตั้งแล้วถึง 8 วัน ซึ่งในช่วงดังกล่าวจำเลยมีเวลาเพียงพอที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อความ มีมูลความจริงหรือไม่ ทั้งการตรวจสอบก็ไม่เป็นการยาก เพราะมีรายชื่อผู้เสียหายมากถึงสิบคนร่วมกันลงชื่อในเอกสารดังกล่าว อีกประการหนึ่ง จำเลยก็เบิกความว่า ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จำเลยเห็นนายณรงค์แจกเงินซื้อเสียง แต่จำเลยไม่ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้จับกุมนายณรงค์ในวันนั้น เพื่อเป็นการป้องกันรักษาสิทธิของตนในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง

จำเลยเพิ่งไปร้องเรียนภายหลังจากที่จำเลยไม่ได้รับเลือกตั้งแล้ว จึงเป็นข้อพิรุธอีกเช่นกัน ตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่า จำเลยมีส่วนร่วมรู้เห็นกับนางจันทร์เพ็ญนำอันเป็นเอกสารปลอมไปใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคามว่านายณรงค์ผู้รับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่านายณรงค์กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอันอาจทำให้นายณรงค์ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง จำเลยจึงมีความผิดดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัย ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยไม่เป็นสาระที่จะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม นั้น เห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคสาม เป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมาตรา 4 ให้หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำการอันเป็นเท็จด้วยการใช้เอกสารปลอมร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคสอง เท่านั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษม เกษมปัญญา · อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · จินดา ปัณฑะโชติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายวิสุทธิ์ แก้วเขียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสันทัด สุจริต
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6166/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ590/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3925/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้