Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีแพ่งเมื่อคำฟ้องของโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงชัดแจ้งแล้ว ศาลมีหน้าที่ยกตัวบทกฎหมายขึ้นปรับแก่คดีเอง โจทก์ บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการมีหน้าที่ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ย่อมแปลได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคล จึงต้องรับผิดร่วมด้วยกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนในมูลละเมิดที่จำเลยที่1 ได้กระทำไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76ดังนั้น การที่ศาลวินิจฉัยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องจำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งให้ขับรถไปรับนายทหารเพื่อไปที่ท่าอากาศยานแต่จำเลยที่ 1 ขับรถไปบ้านของจำเลยที่ 1ก่อนจึงเกิดเหตุขึ้น การที่จำเลยที่ 1 ขับรถออกไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการแม้จำเลยที่ 1จะขับรถไปธุระส่วนตัวก็ตาม ตราบใดที่รถยังไม่กลับถึงโรงรถ ก็ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1ปฏิบัติหน้าที่อยู่จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนของตนเมื่อเหตุละเมิดเกิดขึ้นโดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างขับรถยนต์ชนกันด้วยความประมาทเลินเล่อมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากันก็เท่ากับทั้งสองฝ่ายต่างทำละเมิดต่อกันเท่าๆ กันค่าเสียหายย่อมเป็นอันพับกันไปโจทก์ที่ 1 เป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ตายซึ่งนั่งมาในรถของโจทก์ที่ 2 แม้ว่าผู้ตายจะเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 แต่ก็มิได้มีส่วนร่วมในความประมาทของคนขับรถของโจทก์ที่ 2 ด้วย จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 1 โดยเฉลี่ยรับผิดเพียงครึ่งเดียว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายสมนึกผู้ตาย โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ม. - 5631 ได้นำรถดังกล่าวประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 3 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียนตรากงจักร 5320 และอยู่ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ขับรถยนต์ดังกล่าวไปในราชการหรือในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 วันเกิดเหตุนายตี่ตี๋ได้ขับรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไปตามถนนพหลโยธิน ได้มีจำเลยที่ 1ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ตามหลังมาในทิศทางเดียวกันด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังและด้วยความเร็วสูงทั้งไม่เว้นระยะห่างตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อรถของโจทก์ที่ 2 ใช้ความเร็วต่ำจึงเป็นเหตุให้รถคันที่จำเลยที่ 1 ขับพุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ทำให้รถยนต์ของโจทก์ที่ 2 พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์ที่จอดข้างถนนซ้ำอีก เป็นผลให้นายสมนึกผู้นั่งมาในรถของโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตาย

รถยนต์ของโจทก์ที่ 2 เสียหาย โจทก์ที่ 3 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้โจทก์ที่ 2 จำนวนหนึ่งโดยผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2ซึ่งกระทำการหรือปฏิบัติราชการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ในฐานะนายจ้างหรือตัวการจึงต้องร่วมรับผิด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า เหตุเกิดเพราะความผิดของนายตี่ตี๋คนขับรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง และให้บังคับโจทก์ที่ 2 และที่ 3ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ใช่นายจ้างของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1เป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพาวุธทหารบก ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำรถไปใช้ในธุรกิจส่วนตัว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนขับรถของโจทก์ที่ 2 มิใช่เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงเกินความจริง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ให้การฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1เป็นเงิน 79,450 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 12,000 บาท และโจทก์ที่ 3 เป็นเงิน30,000 บาทจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงินแก่โจทก์ที่ 2เป็นเงิน 2,500 บาท คำขอของโจทก์ทั้งสามนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 กับคนขับรถของโจทก์ที่ 2 มีส่วนประมาทเท่ากัน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 จึงเป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง ทั้งในชั้นชี้สองสถานก็มิได้กำหนดประเด็นให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการของจำเลยที่ 2 และปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ขับรถไปในเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สำหรับคดีแพ่งนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงชัดแจ้งแล้ว ศาลมีหน้าที่ยกตัวบทกฎหมายขึ้นปรับแก่คดีเอง คดีนี้โจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการ มีหน้าที่ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ย่อมแปลได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคล จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนในมูลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ขับรถไปในเรื่องส่วนตัวโดยจำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งให้ขับรถไปรับนายทหารของกรมสรรพาวุธทหารบก แต่จำเลยที่ 1 กลับขับรถออกนอกกรมสรรพาวุธทหารบกไปธุระส่วนตัวก่อนเวลาปฏิบัติราชการจึงเกิดเหตุคดีนี้

พิเคราะห์แล้วได้ความจากจ่าสิบเอกถวิล กาญจนดุล ว่า จ่าสิบเอกถวิลมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าโรงรถ กรมสรรพาวุธทหารบก มีหน้าที่จัดรถไปราชการตามคำสั่งของทางราชการ มีร้อยโทจเร (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นผู้บังคับบัญชา วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 15 นาฬิกา ร้อยโทจเรสั่งให้จัดรถไปรับนายทหารที่สโมสรกรมสรรพาวุธทหารบกเวลา 16 นาฬิกา เพื่อไปท่าอากาศยานดอนเมือง จ่าสิบเอกถวิลจึงสั่งจำเลยให้จัดการตามที่ได้รับคำสั่งมา เวลาประมาณ 15 นาฬิกา 30 นาที จำเลยที่ 1 นำรถออกไปทราบว่าจะไปบ้านทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จึงเกิดเหตุคดีนี้ เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 สามารถนำรถยนต์ออกจากโรงรถได้ก็เพราะได้รับความยินยอมจากจ่าสิบเอกถวิลผู้บังคับบัญชาถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ออกไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แม้ถึงหากจำเลยที่ 1 จะขับรถยนต์ไปธุระส่วนตัวก็ตาม ตราบใดที่รถยนต์ยังไม่กลับถึงโรงรถ ก็ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นปัญหาวินิจฉัยข้อสุดท้ายตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 2 มีว่า จำเลยทั้งสองจะต้องชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 กับชำระค่าสินไหมทดแทนความเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 3 หรือไม่เพียงใด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 และนายตี่ตี๋ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ต่างขับรถยนต์ชนกันด้วยความประมาทเลินเล่อมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากันดังที่ได้วินิจฉัยไว้แล้ว ก็เท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายต่างทำละเมิดต่อกันเท่า ๆ กันค่าเสียหายย่อมเป็นอันพับกันไป จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 2 และไม่ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 3 แต่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายสมนึกผู้ตาย เพราะแม้ว่านายสมนึกจะเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 ก็ตามแต่ก็มิได้มีส่วนร่วมในความประมาทของนายตี่ตี๋คนขับรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ด้วยโดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต้องเฉลี่ยความรับผิดชอบเพียงครึ่งเดียวคิดเป็นเงิน32,825 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1เป็นเงิน 32,825 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้