Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดหลายกระทงต้องกระทำต่างกรรมต่างวาระกันทำยาปลอมเครื่องหมายการค้า เพื่อขาย เป็นความผิดหลายบทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 236(ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา273) และ พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 มาตรา 37 วรรคแรกไม่ใช่หลายกระทงศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 มาตรา37 ซึ่งโทษหนักกว่ามาตรา236

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2495 ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2496 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยนี้ได้บังอาจทำปลอมเครื่องหมายการค้าของบริษัทไบเออร์ โดยจำเลยทำปลอมตัวอักษรBAYER (ไบเออร์) ซึ่งเรียงกันเป็นกากบาทอยู่ในวงกลมและในระหว่างวันเวลาดังกล่าวมาแล้ว จำเลยได้ทำยาเม็ดสีเหลืองขึ้นแล้วจำเลยได้บังอาจเอาเครื่องหมายการค้า BAYER ซึ่งจำเลยทำปลอมขึ้นนั้นประทับลงบนยาเม็ดสีเหลืองนั้น เพื่อปลอมเป็นยาอาเตบรินชนิดเม็ดของบริษัทไบเออร์ โดยจำเลยรู้อยู่ว่าไม่มีความชอบธรรมที่จะทำได้ และเพื่อลวงว่า เป็นยาอาเตบรินของบริษัทไบเออร์ที่แท้จริง เครื่องหมายการค้า ซึ่งตัวอักษรเรียงเป็นกากบาทอยู่ภายในวงกลมเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทไบเออร์ประเทศเยอรมันนี และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยตามกฎหมายแล้ว โดยห้างเบอร์ลี่ยุคเกอร์แอนด์โกเป็นตัวแทนและผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย และเครื่องหมายการค้าดังกล่าวนี้ได้ใช้ในการค้าขาย

ระหว่างวันเวลาดังกล่าวแล้ว จำเลยได้บังอาจทำการขายยาปลอม โดยจำเลยมียาเม็ดแก้ไข้สีเหลือง ซึ่งปลอมเป็นยาอาเตบรินของบริษัทไบเออร์ เป็นจำนวนหนัก 5.50 กิโลกรัมไว้เพื่อขายโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นยาซึ่งทำปลอมเป็นยาอาเตบรินของบริษัทไบเออร์ที่แท้จริงอันเป็นการกระทำให้ผู้อื่นสำคัญผิดในชื่อแหล่งผลิตผู้ผลิต สภาพหรือคุณภาพตามที่เป็นจริงของยานั้น เหตุเกิดที่ตำบลสัมพันธวงศ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง (โทษปรับเล่นการพนันพ้นโทษเมื่อ 29 ธันวาคม 2482) ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 235, 236, 71 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2493 มาตรา 4, 18, 19, 37 วรรคท้าย กับขอให้สั่งริบของกลางด้วยจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา

ส่วนรายละเอียดจะได้ให้การต่อศาลในชั้นพิจารณา ข้อเคยต้องโทษรับเป็นความจริงทางพิจารณาได้ความว่า ยาเม็ดอาเตบรินแก้ไข้มาลาเรียหรือไข้จับสั่นเป็นของบริษัทไบเออร์ประเทศเยอรมัน มีตราอักษรโรมันเขียนว่า BAYER ไขว้กันเป็นรูปกากบาทภายในวงกลม ห้างเบอร์ลี่ยุคเกอร์เป็นผู้แทนในประเทศไทย ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จำเลยเคยมีอาชีพทางขายยาได้รับใบอนุญาตขายยาประเภท ก. แต่ได้หยุดเลิกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2495 เมียจำเลยชื่อนางหยกฟุ้ยมีอาชีพทางพยาบาลและผดุงครรภ์ ร้านจำเลยและภริยาซึ่งตั้งทำมาหากินใช้ยี่ห้อว่า เวลแมนดรั๊ก ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงด้าว สามแยก ห่างสถานีตำรวจสามแยกประมาณ 300 เมตรเป็นตึก 3 ชั้น

ชั้นล่างจัดเป็นที่รับแขก ชั้นที่สองจัดเป็นสถานผดุงครรภ์ ซึ่งภริยาจำเลยเป็นผู้รับใบอนุญาต ชั้นที่สามเป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา ส่วนชั้นดาดฟ้าใช้เป็นที่ตากผ้า และมีห้องสังกะสีล้อมอยู่ห้องหนึ่งเป็นห้องที่จำเลยทำขึ้นเอง จำเลยเคยมาติดต่อซื้อยาไปจำหน่ายจากห้างเบอร์ลี่ยุคเกอร์เป็นเวลาหลายปีแล้ว เป็นที่รู้จักดีกับผู้จัดการแผนกยาของห้างนั้นที่จะเกิดเหตุจับกุมเรื่องนี้ขึ้น ปรากฏว่า ทางตำรวจทราบว่าที่ร้านขายยาเวลแมนดรั๊กทำยาปลอมจำหน่าย จึงได้ไปตรวจค้นจับกุมในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2496 ในห้องสังกะสีบนชั้นดาดฟ้าพบเครื่องมือทำเม็ดยา ที่เครื่องมือนั้นมีอักษร BAYER ไขว้เป็นกากบาทเป็นตัวอักษรโรมันอยู่ตรงที่สำหรับปั๊มเม็ดยา กับมียาสีเหลืองขนาดใหญ่ยังไม่ได้ปั๊ม และเม็ดยาสีเหลืองขนาดเล็กที่ปั๊มตัวอักษรโรมัน

BAYER ไขว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีผงยาสีเหลืองอีกเป็นจำนวนมากและมีของอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ปรากฏตามบัญชีของกลางท้ายฟ้องพนักงานสอบสวนได้ส่งยาเม็ดกับผงสีเหลืองของกลางไปพิสูจน์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปรากฏว่า ยาเม็ดสีเหลืองที่ประทับตัวอักษร BAYER เป็นยาปลอม ไม่ใช่ยาอาเตบรินของบริษัทไบเออร์แต่ยาของกลางก็เป็นยาประเภทเมปาครีน ไฮโดรโคลไร้ค์ ซึ่งใช้ในการรักษาไข้มาลาเรียได้เช่นเดียวกันจำเลยนำสืบอ้างว่า นายเฮงเป็นผู้ทำยาปลอมนี้ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยได้บังอาจปลอมเครื่องหมายการค้าดังโจทก์ฟ้องจริง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 236 ให้จำคุกไว้ 9 เดือน ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 59 คง ให้จำคุกไว้ 6 เดือน ของกลางริบ

ส่วนข้อที่โจทก์หาว่า จำเลยขายยาปลอม โดยมียาปลอมไว้เพื่อจำหน่าย คดียังไม่พอจะฟังดังนั้นข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า มีการจับยาปลอมได้บนดาดฟ้า ในบริเวณอาคารซึ่งจำเลยอาศัยอยู่เท่านั้น และคดียังไม่ปรากฏว่ายาดังกล่าวได้อยู่ในลักษณะใกล้ชิดกับการที่จะขายแต่อย่างใด ข้อหาฐานนี้จึงฟังไม่ได้ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยฐานขายยาปลอมด้วยจำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่ได้กระทำผิดดังข้อหาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2493มาตรา 4 การขายยาหมายความรวมถึงการผลิตเพื่อขายด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐานขายยาปลอมตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2493 มาตรา 37 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกอีก 6 เดือน ลดโทษฐานปรานีให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงให้จำคุกอีก 4 เดือน

รวมเป็นโทษจำคุก 10 เดือนจำเลยฎีกาต่อมาว่า ไม่ได้กระทำผิดตามข้อหาโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 คงรับ แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยจะมีความผิดฐานขายยาปลอมด้วยหรือไม่ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีนี้แล้วพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2493 มาตรา 4 ให้นิยามคำว่า"ขาย" ไว้ว่า "ให้หมายความรวมตลอดถึงแลกเปลี่ยน ผลิตเพื่อขายนำเข้าในราชอาณาจักรเพื่อขาย และมีไว้เพื่อขาย" ยาของกลางที่จับมาได้ ทั้งที่สำเสร็จแล้วและยังทำไม่เสร็จมีจำนวนมากมาย แสดงว่าจำเลยผลิตเพื่อขายและมีไว้เพื่อขาย อันถือว่าเป็นการขายตามพระราชบัญญัติที่กล่าวแล้ว ถึงแม้จำเลยจะยังไม่ได้ขายไปจริง ๆ ความผิดหลายกระทงนั้นจะต้องกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ความผิดของจำเลยหาเป็นเช่นนั้นไม่ หากเป็นความผิดหลายบทจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. 2493 มาตรา 37 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักกว่ากฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 236 (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273) แต่โทษเห็นควรกำหนดเท่าศาลชั้นต้น จึงให้จำคุกจำเลยไว้ 9 เดือน ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงให้จำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูเวทย์วิมลนาท · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้