Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอนาถา ผู้คัดค้านตั้งมาประมาณ 6 ปี มีทรัพย์สินประมาณ20 ล้านบาท เคยบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการกุศลต่าง ๆ รวมทั้งสร้างอาคารเรียนแต่ผู้คัดค้านทำบัญชีงบดุลเกี่ยวกับทรัพย์สินรายได้ประจำปีเพียงปีเดียวแล้วไม่เคยทำอีกเลย และอ้างว่าได้ดำเนินการโดยสุจริตตลอดมา เห็นว่า บัญชีงบดุลเกี่ยวกับทรัพย์สินรายได้ประจำปีของผู้คัดค้านเป็นวิธีการหนึ่งหรือมาตรการหนึ่งที่จะตรวจสอบถึงการดำเนินการและรายได้ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายและตราสารในการตั้งมูลนิธิหรือไม่ เมื่อผู้คัดค้านมิได้กระทำเช่นนี้แล้วจะตรวจสอบและทราบได้อย่างไร ดังนั้นการกระทำและพฤติการณ์การหารายได้ของผู้คัดค้านที่ทำการเรี่ยไรโดยขายดอกไม้และภาพถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 จึงเป็นการหาทรัพย์สินโดยนอกเหนือจากบทบัญญัติ ข้อ 6 ในหมวด 3และเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ ข้อ 45 ของตราสารของผู้คัดค้าน กรณีต้องด้วยมาตรา 93 (3)แห่ง ป.พ.พ. เดิม ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้เลิกมูลนิธิผู้คัดค้านได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิสงเคราะห์เด็กอนาถาแล้วโอนทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิไปยังมูลนิธิฮั่วเคี้ยวปอเต็กเซียงตึ้ง ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามที่ระบุในตราสารจัดตั้ง และแต่งตั้งให้นายปกรณ์ สิทธิกรไพศาล เป็นผู้ชำระบัญชี

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า มิได้ดำเนินการขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และมิได้ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในตราสารจัดตั้งมูลนิธิและข้อไขของรัฐบาลซึ่งให้อำนาจไว้ รวมทั้งไม่มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในตราสารจัดตั้งขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิสงเคราะห์เด็กอนาถา ให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิให้แก่มูลนิธิฮั่วเคี้ยวปอเต็กเซียงตึ้ง (ปอเต็กตึ้ง) และให้ตั้งให้นายปกรณ์ สิทธิกรไพศาล เป็นผู้ชำระบัญชี

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา ๙๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม ซึ่งใช้ขณะเกิดเหตุคดีนี้บัญญัติว่า "เมื่อพนักงานอัยการ หรือผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งมีส่วนได้เสียด้วยยื่นคำร้องต่อศาล ศาลจะมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธินั้นเสีย และตั้งแต่งผู้ชำระบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคน ในกรณีที่กล่าวต่อไปนี้อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ คือ (๑) ถ้ามูลนิธินั้นได้ตั้งขึ้นขัดต่อบทบญญัติในส่วนนี้ หรือว่ามูลนิธินั้นทำการขัดต่อกฎหมายก็ดี หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนก็ด้วยเหมือนกัน (๒) ฯลฯ (๓) ถ้ามูลนิธิทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติในตราสารตั้งมูลนิธินั้นเองหรือฝ่าฝืนข้อไขซึ่งรัฐบาลได้ให้อำนาจไว้

อนึ่ง ศาลจะสั่งถอดถอนผู้จัดการทั้งหลายและแต่งตั้งผู้จัดการขึ้นใหม่คนหนึ่งหรือหลายคนแทนสั่งเลิกมูลนิธิก็ได้ นอกจากนี้ตราสารของมูลนิธิผู้คัดค้านเอกสารหมาย ร.๓ หมวด ๓ ว่าด้วยทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน ข้อ ๖ บัญญัติตราไว้ว่า "มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้ ๒.๑ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด ๒.๒ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ ๒.๓ ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ อีกประการหนึ่ง ข้อ ๔๕ แห่งตราสารเอกสารหมาย ร.๓ ดังกล่าวบัญญัติตราไว้ว่า "มูลนิธิจะต้องไม่กระทำการค้ากำไร และจะต้องไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากตราสารที่กำหนดไว้"

ดังนี้ การที่ผู้คัดค้านให้เจ้าหน้าที่ของผู้คัดค้านไปทำการเรี่ยไรโดยขายดอกไม้และภาพถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างปี ๒๕๓๐ - ๒๕๓๑ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ของเขตธนบุรีกรุงเทพมหานคร ต้องตักเตือนห้ามไม่ให้ดำเนินการขายดอกไม้ ภาพถ่ายและภาพโปสการ์ดอีกและนายไก่เตี้ยยอมรับว่าจะไม่ทำการเรี่ยไรขายดอกไม้ภาพถ่ายและภาพโปสการ์ดดังกล่าวอีกโดยยอมรับถึงสองครั้งสองคราวปรากฎตามเอกสารหมาย ร.๑๘ และ ร.๑๙ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลหลักสอง จับกุมพนักงานชาย ๒ คนและหญิง ๔ คน รวม ๖ คน ของผู้คัดค้านซึ่งทำการเรี่ยไรที่หมู่บ้านเศรษฐกิจเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครอีก ในข้อหาทำการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต

อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.๒๔๘๗ ปรับคนละ ๑๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.๒๖ ได้ความดังนี้ เห็นว่า ถึงแม้จะฟังได้ว่าผู้คัดค้านตั้งมาประมาณ ๖ ปี มีทรัพย์สินจำนวนประมาณ ๒๐ ล้านบาท และเคยบริจาคแก่ผู้ประสบภัยกับเคยบริจาคแก่การกุศลต่าง ๆรวมทั้งสร้างอาคารเรียนตามที่ผู้คัดค้านฎีกาก็ตาม แต่เมื่อผู้คัดค้านไม่เคยทำบัญชีงบดุลเกี่ยวกับทรัพย์สินรายได้ของผู้คัดค้านประจำปีโดยทำเพียงปีเดียวโดยที่ผู้คัดค้านฎีกาอ้างว่าดำเนินการมาโดยสุจริตตลอดมา การที่จะให้เชื่อถือตามที่อ้างจะต้องมีหลักฐานและพฤติการณ์ประกอบ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไร บัญชีงบดุลเกี่ยวกับทรัพย์สินรายได้ประจำปีของผู้คัดค้านเป็นวิธีการหนึ่งหรือมาตรการหนึ่งที่จะตรวจสอบถึงการดำเนินการและรายได้ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายและตามตราสารในการตั้งมูลนิธิหรือไม่ แต่ผู้คัดค้านก็มิได้กระทำ

ดังนั้น ระหว่างผู้คัดค้านดำเนินการอยู่นั้น หากเจ้าหน้าที่ของผู้คัดค้านหรือผู้คัดค้านรับเงินบริจาคหรือเรี่ยไรได้เงินมาจำนวน ๕๐ ล้านบาทแต่ใช้จ่ายนอกวัตถุประสงค์ของผู้คัดค้านเสีย ๓๐ ล้านบาท เช่นนี้ จะตรวจสอบและรู้ได้อย่างไรการกระทำและพฤติการณ์การหารายได้ดังกล่าวแล้วของผู้คัดค้าน กรณีเป็นการหาทรัพย์สินโดยนอกเหนือจากบทบัญญัติ ข้อ ๖ ในหมวด ๓ และเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติในตราสารของบทบัญญัติข้อ ๔๕ของตราสารของผู้คัดค้านเอกสารหมาย ร.๓ จึงต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๙๓ (๓) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้เลิกมูลนิธิผู้คัดค้านเสียได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายทองสุก ปิงเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้