Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3401/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่าคำพิพากษาในคดีก่อนผูกพันคู่ความในคดีนี้หรือไม่ จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้และยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ โดยกล่าวไว้ในคำแก้อุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ จึงเป็นกรณีปรากฏเหตุที่ศาลอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้โดยไม่ต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดีก่อนโจทก์จำเลยพิพาทกันเฉพาะที่งอกริมตลิ่งของที่ดินโฉนดที่ 384 ศาลฎีกาพิพากษาคดีดังกล่าวว่านายชิตขายที่ดินให้โจทก์เฉพาะตามโฉนด ไม่ได้ขายที่พิพาทอันเป็นที่งอกให้แก่โจทก์ด้วย การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อ้างว่าเพิ่งทราบว่านายชิตมอบที่ดินให้ไม่ครบตามโฉนดจึงขอให้จำเลยสั่งมอบที่ดินให้ครบตามโฉนด แต่ในเนื้อหาของคำฟ้องยังบรรยายว่าหากมีที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินโฉนดที่ 384 ก็ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เมื่อนายชิตขายที่ดินนี้ให้โจทก์ก็มิได้สงวนสิทธิในที่งอกนั้นที่งอกจึงรวมอยู่ในที่ดินที่ซื้อขายด้วยขอให้บังคับจำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่งอก แผนที่สังเขปท้ายฟ้องคดีนี้กับท้ายฟ้องคดีก่อนก็เหมือนกัน แสดงว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่พิพาทอันเป็นที่งอกที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วนั้นแก่โจทก์อีกเช่นนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรกให้ถือว่าคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวผูกพันโจทก์จำเลย โจทก์จะกล่าวอ้างเป็นอย่างอื่นอีกดังเช่นคดีนี้หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ เนื้อที่ ๓๕ ไร่ ๓ งาน ๒๘ ตารางวา ที่ดินครึ่งหนึ่งทางทิศเหนือเป็นของโจทก์ที่ ๓ ครึ่งหนึ่งทางทิศใต้เป็นของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ซื้อมาจากนายชิต พ.ศ. ๒๕๑๒ นายชิตเช่าที่ดินส่วนของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ เป็นภรรยานายชิต จำเลยที่ ๒ ที่ ๔ เป็นบุตรนายชิต จำเลยที่ ๓ เป็นน้องนายชิต ต่อมานายชิตตาย จำเลยที่ ๑ ขอเช่าที่ดินต่อไป ต่อมาฝ่ายจำเลยไม่ชำระค่าเช่า ฝ่ายโจทก์บอกเลิกการเช่าแต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ คัดค้านการที่โจทก์ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ ภายหลังรังวัดได้เนื้อที่ ๓๑ ไร่ ๑ งาน ๑๒ ตารางวาขาดไป ๔ ไร่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา ที่ดินที่ขาดไปนี้อยู่ติดต่อที่ดินทางทิศใต้โจทก์เพิ่งทราบว่านายชิตผู้ขายที่ดินให้โจทก์มอบที่ดินให้โจทก์ไม่ครบ

จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดต่อโจทก์ หากมีที่งอกย่อมตกเป็นของโจทก์ทั้งสาม ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ในฐานะทายาทนายชิตส่งมอบที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ ให้ครบถ้วนตามจำนวนเนื้อที่ที่ซื้อขายกัน หากมีที่งอกย่อมตกเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนออกไปห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การว่าที่ดินภายในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของจำเลย

โจทก์ทั้งสามเคยฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ ศาลฎีกาพิพากษาว่าที่ดินภายในเส้นสีแดงเป็นของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ โจทก์จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าว คดีโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การ ก่อนสืบพยานจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔ ว่าคดีขาดอายุความ

โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ และ ๗๕๔/๒๕๒๓ ของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาฎีกาในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ ผูกพันโจทก์ทั้งสาม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตและสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีในประเด็นที่ไม่เป็นฟ้องซ้ำคือประเด็นที่ว่านายชิตขายที่ดินให้โจทก์แต่โจทก์ได้ที่ดินไม่ครบ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สมควรวินิจฉัยปัญหาเรื่องคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ ผูกพันโจทก์จำเลยหรือไม่เสียก่อน ในปัญหาข้อนี้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีไว้ และยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์โดยกล่าวไว้ในคำแก้อุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ เป็นกรณีปรากฏเหตุที่ศาลอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๓(๑) แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ไปโดยไม่ต้องส่งสำนวนคืนไปศาลอุทธรณ์เพื่อให้พิพากษาใหม่ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ โจทก์จำเลยพิพาทกันเฉพาะที่งอกริมตลิ่งซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ เท่านั้น และศาลฎีกาพิพากษาคดีดังกล่าวนายชิตขายที่ดินให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เฉพาะตามโฉนด

นายชิตไม่ได้ขายที่พิพาทอันเป็นที่งอกให้แก่โจทก์ด้วย การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ แม้ในคำฟ้องคดีนี้จะอ้างว่าโจทก์เพิ่งทราบว่านายชิตมอบที่ดินให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ครบตามเนื้อที่ในโฉนด จึงให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบที่ดินให้ครบตามโฉนดก็ตาม แต่ในเนื้อหาของคำฟ้องโจทก์ยังบรรยายว่านายชิตและจำเลยทั้งสี่ปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาท จำเลยจะอ้างว่าที่พิพาทเป็นที่งอก หากมีที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ ก็ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสาม เมื่อนายชิตขายที่ดินโฉนดที่ ๓๘๔ แก่โจทก์ก็มิได้สงวนสิทธิในที่งอกนั้น ที่งอกจึงรวมอยู่ในที่ดินซื้อขายด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รื้อบ้านเรือนออกจากที่งอก ที่ดินที่ขาดไป ๔ ไร่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา

อยู่ติดต่อที่ดินทางทิศใต้ปรากฏตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องทั้งแผนที่สังเขปท้ายฟ้องคดีนี้กับท้ายฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๑๙ ก็เหมือนกัน ปรากฏว่าที่พิพาทอยู่ทางด้านทิศใต้เช่นเดียวกัน และรูปร่างที่พิพาทก็เป็นอย่างเดียวกัน แสดงว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้บังคับให้จำเลยส่งมอบที่พิพาทอันเป็นที่งอกที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วนั้นแก่โจทก์อีกเช่นนี้เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคแรก ให้ถือว่าคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวผูกพันโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ดังนั้นโจทก์ทั้งสามจะกล่าวอ้างเป็นอย่างอื่นอีกดังเช่นคดีนี้หาได้ไม่ ปัญหาข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง แจ่มสุธี · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายปัญญา บุณเรือง
ศาลอุทธรณ์ - นายสำนอง โชติเชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้