Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจะอนุญาตให้ทนายความถอนตนจากการตั้งแต่ง เป็นทนายความของตัวความในคดีหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวจากการเป็นทนายความของจำเลย แล้วทนายจำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางควรให้ทนายจำเลยนำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวไปให้จำเลยทราบเสียก่อน และควรมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีไปก่อนนั้น เท่ากับเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งว่าศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตนจากการตั้งแต่งเป็นทนายความของจำเลยโดยไม่ชอบ จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง การฟ้องเรียกเงินที่ นายจ้าง ต้องจ่ายเข้าสมทบกองทุนเงินทดแทนไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คือใช้อายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 65 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.พ.พ. มาตรา 164 ป.พ.พ. มาตรา 165

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลและจำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ระหว่างปี 2527 ถึงปี 2530จำเลยทั้งสองยังติดค้างไม่ส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มแก่โจทก์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 150,254.87 บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ พร้อมด้วยเงินเพิ่ตามกฎหมายในอัตราร้อยละห้าต่อเดือนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า ระหว่างปี 2527 ถึงปี 2530 จำเลยหยุดประกอบกิจการ จึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินสมทบและเงินเพิ่มแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องในชั้นพิจารณาเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทนายความของจำเลยที่ 1 ถอนตัวตามคำร้องและไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 เลื่อนการสืบพยาน ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มีพยานมาสืบ ซึ่งทนายจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งคำสั่งของศาลแรงงานกลางไว้แล้ว

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน150,254.87 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยเงินเพิ่มตามกฎหมายอัตราร้อยละห้าต่อเดือนนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จทนายจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลแรงงานกลางลงวันที่ 23 สิงหาคม 2530 และจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า กรณีที่ทนายความที่ตัวความได้ตั้งแต่งให้มาเป็นทนายความในคดี จะมีคำขอต่อศาลให้สั่งถอนตนจากการตั้งแต่งนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 65 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า ทนายความที่ตัวความได้ตั้งแต่งให้เป็นทนายในคดี จะมีคำขอต่อศาลให้สั่งถอนตนจากการตั้งแต่งนั้นก็ได้ แต่ต้องแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่า

ทนายความผู้นั้นได้แจ้งให้ตัวความทราบแล้วเว้นแต่จะหาตัวความไม่พบ ซึ่งศาลแรงงานกลางต้องนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้โดยนัยแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 พึงเห็นได้ว่า การที่จะอนุญาตให้ทนายความถอนตนจากการตั้งแต่งนั้นหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะสั่ง การที่ทนายจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางควรจะให้ทนายจำเลยที่ 1 นำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวไปให้จำเลยที่ 1 ทราบเสียก่อน และควรจะมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีไปก่อนเพื่อให้จำเลยที่ 1 ได้ทราบว่าทนายจำเลยที่ 1 ขอถอนตัวนั้นเท่ากับเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งว่าศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจสั่งไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยที่ 1 ถอนตนจากการตั้งแต่งเป็นทนายความของจำเลยที่ 1 โดยไม่ชอบ จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยการที่โจทก์ในฐานะผู้รับผิดชอบกองทุนเงินทดแทนฟ้องเรียกเงินที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต้องจ่ายเข้าสมทบกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายนั้นถือไม่ได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้ค้าในการดูแลกิจการของผู้อื่น หรือรับทำการงานต่าง

ๆ เรียกเอาสินจ้างที่พึงได้รับจากการนั้นหรือฟ้องเรียกเงินที่ได้ออกทดรองไป กรณีของโจทก์ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) แต่เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คือต้องใช้อายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 118/2536

การที่จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ย่อมมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งของโจทก์ไม่ว่าจะเป็นระเบียบที่มีอยู่เดิมหรือที่ออกในภายหลัง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6145/2534

คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์อายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ จำเลยต้องจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพและค่าชดเชยหรือไม่ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2532

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างถึงสัญญาของผู้เข้าทำงานที่จำเลยทำกับโจทก์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งโจทก์ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้