Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในหมวดว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัยกำหนดไว้ว่า ความผิดเกี่ยวกับ การจัดการประชุม หรือชุมนุม เขียน แจกจ่าย ติดประกาศ หรือ พิมพ์โฆษณา ถ้อยคำหรือบทความภายในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน หรือบริษัท โดยไม่รับอนุญาต จะได้รับการพิจารณาโทษปลดออก ดังนี้ การที่ผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นลูกจ้างของผู้ร้องหากผู้คัดค้านทั้งสี่หรือลูกจ้างอื่นของผู้ร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ในฐานะกรรมการลูกจ้างก็มีสิทธิดำเนินการใด ๆ ภายในขอบเขตของกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมได้ แต่การที่ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ร่วมกันเขียนประกาศพิพาทที่มีข้อความ ดูหมิ่น เสียดสีและเหยียดหยามผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างและผู้บังคับบัญชาดังกล่าวไปปิดไว้ที่บอร์ด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ร้องย่อมทำให้พนักงานของผู้ร้องขาดความเคารพยำเกรงเป็นการส่งเสริมและยั่วยุให้พนักงานกระด้างกระเดื่องต่อผู้ร้อง ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างผู้ร้องกับพนักงานอันจะส่งผลเสียหายต่อผู้ร้องและพนักงานในที่สุด เมื่อผู้ร้องสั่งให้เอาออก ผู้คัดค้านทั้งสี่ก็มิได้ปฏิบัติตาม เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ร้อง เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง และไม่เกรงกลัวความผิดที่ตนได้กระทำ จงใจให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้าง ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณากับคดีอีกสองสำนวน ซึ่งผู้ร้องขอถอนคำร้องในระหว่างพิจารณาไปสำนวนหนึ่งและขอถอนอุทธรณ์ไปอีกสำนวนหนึ่ง ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตแล้ว โดยเรียกผู้คัดค้านทั้งสี่สำนวนเป็นผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 4 ถึงผู้คัดค้านที่ 6 ตามลำดับผู้ร้องทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นลูกจ้างของผู้ร้อง และเป็นกรรมการลูกจ้าง เมื่อวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2536 ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ร่วมกันเขียนประกาศข้อความเสียดสีบริษัทผู้ร้อง ยุยงส่งเสริมให้พนักงานเกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ขาดความสามัคคี เกิดความเสียหายต่อบริษัทผู้ร้องอย่างร้ายแรง แล้วนำไปปิดไว้ที่บอร์ด โดยไม่ได้ขออนุญาตจากบริษัทผู้ร้องก่อนผู้ร้องสั่งให้นำประกาศออกแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตาม เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องและขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ร้อง

ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนางสาวสุพรรณิการ์ อินทรแพงผู้คัดค้านที่ 1 นายสนาม ภู่ปาน ผู้คัดค้านที่ 4นางสาวยุพิน มาลีหวล ผู้คัดค้านที่ 5 และนายไพรรัตน์ เล่าเฮ้ย ผู้คัดค้านที่ 6ผู้คัดค้านทั้งสี่สำนวนแถลงคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่มีสิทธินำประกาศข้อความไปปิดไว้ที่บอร์ด ของสหภาพแรงงานมาจอเร็ตต์ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากบริษัทผู้ร้องเสียก่อนเนื่องจากบอร์ด ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของสหภาพและบริษัทผู้ร้องเคยอนุญาตให้สหภาพปิดประกาศได้โดยไม่ต้องขออนุญาตบริษัทของผู้ร้องไม่เคยสั่งให้ผู้คัดค้านทั้งสี่นำเอาประกาศข้อความตามคำร้องออกจากบอร์ด บริษัทผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสี่ ขอให้ยกคำร้องวันนัดพิจารณา

ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสี่แถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ผู้ร้องมีกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามเอกสารหมาย ร.1 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ร่วมกันเขียนประกาศข้อความว่า "แด่ ผู้หิวโหยคิดจะแดก ให้แดก อย่ามากนัก ฟันจะหักปากจะพอง ลองไปคิดแดก อะไรให้ตรึกตรองมองสิ่งผิด จะไปคิดหาทางแดก ให้แยบยลกูจะแดก มึงจะมองกูไม่สน มึงคนจนกูคนรวยช่วยไม่ได้ กูแดก แล้วทำให้กูอยู่สบาย รถก็ได้เงินก็มีสุขีเอย" แล้วร่วมกันนำประกาศดังกล่าวไปปิดที่แผ่นป้ายประกาศของสหภาพแรงงานมาจอเร็ตต์ บอร์ด ดังกล่าวอยู่ภายในบริเวณที่ทำงานของผู้ร้องโดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ร้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านไม่มีสิทธินำประกาศข้อความตามคำร้องไปปิดประกาศโดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ร้องเมื่อบริษัทผู้ร้องสั่งให้เอาประกาศออก

ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามแต่เมื่อพิเคราะห์ข้อความในประกาศตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับผู้คัดค้านทั้งสี่ไม่เคยถูกผู้ร้องลงโทษมาก่อนกรณียังไม่สมควรลงโทษโดยการเลิกจ้าง แต่เห็นสมควรให้ลงโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างมีกำหนดคนละ 7 วัน จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านทั้งสี่ด้วยการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างมีกำหนดคนละ 7 วันผู้ร้องทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าคดีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสี่ นั้นข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่ากฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.1 ในหมวดว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัยกำหนดไว้ว่าความผิดเกี่ยวกับการจัดการประชุม หรือชุมนุม เขียน แจกจ่ายติดประกาศ หรือพิมพ์โฆษณา ถ้อยคำหรือบทความภายในบริเวณที่ทำงาน หรือโรงงาน หรือบริษัท โดยไม่รับอนุญาต จะได้รับการพิจารณาโทษปลดออก ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้นำประกาศที่พิพาทในคดีนี้ไปติดที่แผ่นป้ายติดประกาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องสั่งให้เอาประกาศดังกล่าวออก ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตาม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นลูกจ้างของผู้ร้อง หากผู้คัดค้านทั้งสี่หรือลูกจ้างอื่นของผู้ร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ในฐานะกรรมการลูกจ้างก็มีสิทธิดำเนินการใด ๆ ภายในขอบเขตของกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมได้ แต่การที่ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ร่วมกันเขียนประกาศพิพาทที่มีข้อความดูหมิ่นเสียดสี และเหยียดหยามผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างและผู้บังคับบัญชาไปปิดไว้ที่บอร์ด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง ย่อมทำให้พนักงานของผู้ร้องขาดความเคารพยำเกรง เป็นการส่งเสริมยั่วยุให้พนักงานกระด้างกระเดื่องต่อผู้ร้อง ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างผู้ร้องกับพนักงาน อันจะส่งผลเสียหายต่อผู้ร้องและพนักงานในที่สุด

เมื่อผู้ร้องสั่งให้เอาออก ผู้คัดค้านทั้งสี่ก็มิได้ปฏิบัติตาม เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชากระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ร้อง เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง และไม่เกรงกลัวความผิดที่ตนได้กระทำ จงใจให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย คดีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสี่ได้พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ตามคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · ปรีชา ธนานันท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้