Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มูลหนี้ตามที่โจทก์นำมาฟ้องเพื่อขอให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลายนั้นเป็นกรณีซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งพี่ชายจำเลยได้อาศัยใช้ชื่อจำเลยเล่นหุ้น การที่จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ก็โดยในฐานะเป็นตัวแทนให้กับพี่ชาย บรรดาหนี้สินที่โจทก์อ้างมาเป็นเหตุเพื่อขอให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จึงหาเป็นหนี้สินค้างชำระของจำเลยโดยตรงไม่ ดังนั้นการที่จะอ้างคำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นนำสืบก็ดีหรือการนำสืบความจริงดังกล่าวฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ที่ห้ามนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารก็ดี อันเป็นการตัดรอน มิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าว ย่อมขัดต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัติล้มละลายฯ อันเป็นกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องพิจารณาเอาความจริงให้ได้ว่าจำเลยเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงหรือไม่ จำเลยชอบที่จะเสนอพยานหลักฐานดังกล่าวได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสั่งให้โจทก์ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนจำเลย โดยเปิดบัญชีขายหลักทรัพย์ให้กับโจทก์ แล้วจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามบัญชีดังกล่าวเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวน 484,551 บาท 60 สตางค์ ขอให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายต่อไป

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยสั่งซื้อขายหุ้นของบริษัทใด ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่ามูลหนี้ตามที่โจทก์นำมาฟ้อง เพื่อขอให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลายนั้น ความจริงจำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรงหรือว่าอยู่ในฐานะเป็นเพียงตัวแทนนายวราพี่ชายดังที่จำเลยให้การต่อสู้ สำหรับข้อเท็จจริงที่โต้เถียงกันดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าคำเบิกความของนางนิสาชล วงศ์หล่อ พยานจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์เอง โดยมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าส่วนซื้อขายหลักทรัพย์ที่ยืนยันว่า นายวรา วรพันธ์ เป็นลูกค้าของโจทก์ที่เข้ามาทำการซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นกรณีพิพาทกันในคดีนี้ โดยในชั้นเดิมนายวราได้อาศัยใช้ชื่อของพยานเป็นตัวแทนนั้น เป็นคำเบิกความที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และการที่นายวราต้องมาอาศัยใช้ชื่อพยานดังกล่าวก็ด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะนายวราทำงานอยู่ในบริษัทสยามเงินทุนในตำแหน่งหัวหน้าแผนกหาเงินฝากหากนายวราจะแสดงตัวออกเล่นหุ้นโดยเปิดเผยเกรงว่าจะถูกเพ่งเล็งประกอบกับบริษัทโจทก์ยินยอมให้ลูกค้าทั่วไปใช้ชื่อพนักงานของบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์แทนได้

นายวราจึงอาศัยชื่อพยานดำเนินการเกี่ยวกับการเล่นหุ้นดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากคำนางนิสาชล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์เองเช่นนี้ จึงน่าเชื่อได้ว่าการที่จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ก็โดยในฐานะเป็นตัวแทนให้กับนายวราต่อจากนางนิสาชลนั่นเอง บรรดาหนี้สินใด ๆ ที่โจทก์อ้างมาเป็นเหตุเพื่อขอให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลายดังกล่าวความจริงจึงหาใช่เป็นหนี้สินค้างชำระของจำเลยโดยตรงไม่ ซึ่งความจริงข้อนี้โจทก์ตระหนักดีอยู่แล้ว ดังนั้น การที่จะอ้างว่าคำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นนำสืบก็ดีหรือการนำสืบความจริงดังกล่าว ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ที่ห้ามนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารก็ดี

อันเป็นการตัดรอนมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าว จึงขัดต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช2483 อันเป็นกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องพิจารณาเอาความจริงให้ได้ว่าจำเลยเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงหรือไม่ ดังนั้นจำเลยจึงชอบที่จะเสนอพยานหลักฐานให้ปรากฏว่าความจริงนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้น เป็นเรื่องจำเลยในฐานะตัวแทนกระทำการแทนนายวราซึ่งเป็นตัวการ ซึ่งโจทก์ก็ทราบดีอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ตนเองพ้นจากความรับผิด ไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย การที่ศาลอุทธรณ์อ้างบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาปิดปากมิให้จำเลยนำสืบความจริงเพื่อโต้เถียงเป็นอย่างอื่นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 10,000 บาท"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9237/2539

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14เป็นกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องพิจารณาเอาความจริงให้ได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงหรือไม่ การที่ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2546

การพิจารณาคดีล้มละลายศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาได้เพียง 2 ประการเท่านั้น ประการที่หนึ่ง มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ประการที่สอง พิพากษายกฟ้อง บทบัญญัติมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้รวม 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท40,000 บาท และ 110,000 บาท ตามลำดับ รวมแล้วเป็นเงินต้น200,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2540

สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระบุว่าจำเลยเป็นผู้ซื้อการที่โจทก์จะนำสืบว่าจำเลยทำแทนหรือถือกรรมสิทธิ์แทนก็เพื่อแสดงถึงความเป็นมาอันแท้จริงว่าที่ดินพิพาทเป็นของส. จำเลยมีชื่อในโฉนดที่ดินแทนส. การนำสืบเช่นนี้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้การข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ และไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยคนใดที่มีภาระจำต้องชำระหนี้แก่โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้