Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยวางแผนประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันเปิดรับสมัครบุคคลมาทำงานกับบริษัท. เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อมาสมัครทำงาน. โดยวางอัตราค่าจ้างเงินเดือนสูง ว่างระเบียบให้ต้องซื้อหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นเป็นเงิน 900 บาท. บริษัทตั้งขึ้นแล้ว. จำเลยก็มิได้ดำเนินกิจการค้าดังวัตถุประสงค์แต่อย่างใด. สินค้าในบริษัทก็ไม่มี. ธุรกิจที่จะมอบหมายให้ผู้สมัครรับจ้างปฏิบัติก็ไม่มี. ถือได้ว่าจำเลยก่อตั้งบริษัท ดำเนินการด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเพื่อหลอกลวงประชาชน. จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343.เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งฟ้องคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงของจำเลยดังกล่าวแล้ว. โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงผู้เสียหายคนอื่นในกรณีนี้อีกได้. เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนต่างถูกหลอกลวงคนละวันคนละเวลา. จำนวนเงินที่ถูกหลอกแตกต่างกัน. ตำแหน่งงานที่จะจ้างผู้เสียหายไม่เหมือนกัน. จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ. มิใช่เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4-5-6/2512).

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้อุบายหลอกลวงประชาชนด้วยการโฆษณาข้อความเท็จทั้งทางเอกสารทางวาจาว่า จำเลยประกอบกิจการค้า ต้องการบุคคลทำงานหลายตำแหน่ง ผู้ใดประสงค์จะเข้าทำงานกับจำเลยจะต้องมีเงินประกันโดยการเข้าหุ้นกับบริษัทที่จำเลยตั้งขึ้นอย่างน้อย 1 หุ้นหุ้นละ 900 บาท สุดแต่เงินเดือนมากหรือน้อย จำเลยสัญญาว่าหากผู้สมัครเข้าทำงานเลิกทำสัญญาจ้างกับจำเลยเมื่อใด จะคืนหุ้นให้บริษัทก็ได้และจะได้รับเงินคืนค่าหุ้นไป ซึ่งความจริงจำเลยหาได้มีและดำเนินกิจการค้าดังคำโฆษณาโดยแท้จริงไม่ นอกจากจะมีกิจการเล็ก ๆน้อย ๆ เป็นการบังหน้า ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่ตนมาแต่เริ่มแรก

ด้วยการหลอกลวงดังกล่าว เป็นเหตุให้ประชาชนผู้ได้อ่านหรือทราบข้อความที่จำเลยโฆษณาหลงเชื่อพากันไปสมัครทำงานกับจำเลย และมอบเงินประกันเป็นค่าหุ้นตามคำหลอกลวงนั้นแก่จำเลยเมื่อบุคคลที่ไปสมัครทราบความจริงได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยและขอรับเงินประกันที่จ่ายเป็นค่าหุ้นคืนจำเลยไม่ยอมคืนให้ จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 4 ปีฐานยักยอกทรัพย์และพ้นโทษมากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในกำหนดเวลาไม่เกิน5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, 93 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธและรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้องจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยฉ้อโกงและฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยฉ้อโกง แต่คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยวางแผนประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันเปิดรับสมัครบุคคลมาทำงานกับบริษัท เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อมาสมัครทำงานโดยวางอัตราค่าจ้างเงินเดือนสูง วางระเบียบให้ต้องซื้อหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นเป็นเงิน 900 บาท บริษัทตั้งขึ้นแล้วจำเลยก็มิได้ดำเนินกิจการค้าดังวัตถุประสงค์แต่อย่างใด สินค้าในบริษัทก็ไม่มีธุรกิจที่จะมอบหมายให้ผู้สมัครรับจ้างปฏิบัติก็ไม่มี ถือได้ว่าจำเลยก่อตั้งบริษัทดำเนินกิจการด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเพื่อหลอกลวงประชาชน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343และวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งฟ้องคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงของจำเลยดังกล่าวแล้ว โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงผู้เสียหายคนอื่นในกรณีนี้อีกได้เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคน ต่างถูกหลอกลวงคนละวันคนละเวลาจำนวนเงินที่ถูกหลอกลวงแตกต่างกัน ตำแหน่งงานที่จะจ้างผู้เสียหายไม่เหมือนกันจึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระมิใช่เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำคุกสามปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 ตามมาตรา 92 จำคุกสี่ปี ให้คืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้