Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3393/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลย เนื่องจากโจทก์จ่ายเงินค่าสมนาคุณตอบแทนให้แก่จำเลยรับไปโดยหลงผิด จำเลยให้การว่าไม่ต้องคืนเงินแก่โจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องคดีเกิน1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการเบิกเงินของจำเลย ดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นคำให้การชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสองแล้ว ส่วนอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้นั้น ต้องด้วยบทกฎหมายลักษณะใดเป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเอง โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์จ่ายเงินค่าสมนาคุณตอบแทนให้แก่จำเลยรับไปโดยหลงผิด โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินที่รับไปส่งคืนแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินให้โจทก์โดยมิได้บรรยายในฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากจำเลยได้อันเป็นการใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. 1336 กรณีจึงเป็นเรื่องฟ้องให้คืนเงินฐานลาภมิควรได้ มิใช่เป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน เมื่อโจทก์ทำหนังสือทวงถามจำเลยฉบับลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2530ถือว่าโจทก์ทราบว่ามีสิทธิเรียกเงินคืนตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 4 มีนาคม 2531 จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ.มาตรา 419.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในรัฐบาลสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยเคยเป็นข้าราชการสังกัดกองศาสนศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของโจทก์ มีหน้าที่ผลิตตำราเอกสาร สิ่งพิมพ์และโสตทัศนูปกรณ์ เกี่ยวกับการศึกษาของสงฆ์และการจริยศึกษา มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ โจทก์ได้อนุมัติโครงการซึ่งอยู่ในแผนงานประจำปีงบประมาณ 2528 คือโครงการจัดสื่อการเรียนการสอนธรรม - บาลี มีเป้าหมายส่วนหนึ่งคือจัดพิมพ์หนังสือปัญหาและเฉลยบาลีสนามหลวง ป.ธ.1-2, ป.ธ.3, ป.ธ.4-5 และป.ธ.8 นำออกเผยแพร่แนวทางในการดำเนินงานนั้นให้พิจารณาหาผู้ทรงคุณวุฒิและมอบให้รวบรวมเรียบเรียงโดยกำหนดค่าสมนาคุณผู้รวบรวมเรียบเรียงต้นฉบับหนังสือทั้งหมด

โจทก์มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้หนึ่ง มีหน้าที่รวบรวมเรียบเรียงหนังสือตามโครงการจำเลยกับพวกได้รวบรวมเรียบเรียงต้นฉบับหนังสือปัญหาและเฉลยบาลีสนามหลวงดังกล่าว ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม 2528 โจทก์จ่ายเงินค่าสมนาคุณให้แก่จำเลยในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเป็นจำนวน 23,120 บาท เมื่อพนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบการจ่ายเงินและทักท้วงการจ่ายเงินค่าสมนาคุณที่จ่ายให้แก่จำเลยว่า ลักษณะของงานเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ การจ่ายเงินค่าสมนาคุณแก่ผู้ทรงคุณวุฒิตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค. 0502/61113 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน2527 นั้น ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมิใช่ข้าราชการในสังกัดของโจทก์ ฉะนั้นการที่โจทก์จ่ายเงินตอบแทนให้แก่จำเลยจึงไม่ชอบและเป็นการจ่ายโดยผิดหลง

โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินดังกล่าวส่งคืนแก่โจทก์จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินจำนวน 23,120 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเคยเป็นข้าราชการของโจทก์แต่งานในหน้าที่ตามปกติของจำเลยนั้น จำเลยไม่มีหน้าที่ในการผลิตตำรา โจทก์มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้หนึ่งให้มีหน้าที่รวบรวมเรียบเรียงจัดทำสื่อการสอนธรรมบาลีตามโครงการ จึงเป็นคำสั่งให้จำเลยทำงานในหน้าที่พิเศษมิใช่งานในหน้าที่ราชการตามปกติของจำเลย จำเลยทำงานตามที่ได้รับแต่งตั้งจนเป็นผลสำเร็จย่อมมีสิทธิที่จะรับเงินค่าสมนาคุณตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าสมนาคุณที่กระทรวงการคลังกำหนด โจทก์ได้อนุมัติให้จ่ายเงินแก่จำเลยดังนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจที่จะเรียกเงินค่าสมนาคุณจำนวน 23,120 บาทคืนจากจำเลยจำเลยไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการเบิกเงินของจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 23,120 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามที่โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า

จำเลยให้การเพียงว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว เพราะโจทก์นำคดีมาฟ้องเรียกเงินค่าสมนาคุณตอบแทนคืนเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการเบิกเงินของจำเลย จำเลยไม่ได้ให้การว่า ตามคำฟ้องโจทก์เป็นเรื่องฟ้องเรียกคืนในฐานลาภมิควรได้ ซึ่งมีอายุความ 1 ปี จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งและไม่มีเหตุแห่งการนั้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจที่จะหยิบยกเรื่องอายุความฐานลาภมิควรได้มาเป็นเหตุยกฟ้องนั้นเห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวเป็นคำให้การที่ชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง แล้วส่วนอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้นั้นจะต้องด้วยบทกฎหมายลักษณะใดเป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเอง

ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินสมนาคุณคืนจากจำเลยเป็นการฟ้องเรียกเงินคืนในฐานลาภมิควรได้ มีอายุความ 1 ปี นับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 419 จึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า การฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นการฟ้องติดตามเอาเงินคืน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 หาใช่เป็นการฟ้องเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้ซึ่งมีอายุความตามมาตรา 419 ไม่ ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความนั้นเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์อ้างว่า โจทก์จ่ายเงินค่าสมนาคุณตอบแทนให้แก่จำเลยรับไปโดยผิดหลง โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินที่รับไปส่งคืนแก่โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินให้โจทก์โดยมิได้บรรยายมาในฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากจำเลยได้อันเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 1336กรณีจึงเป็นเรื่องฟ้องให้คืนเงินฐานลาภมิควรได้ดังนั้นจึงมิใช่เป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนตามกฎหมายดังกล่าว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ประมาณ ชันซื่อ · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้