Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับของโจรรถจักรยานยนต์ 2 คัน ไว้ในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว การที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นแต่ละคดีตามจำนวนรถจักรยานยนต์เป็น 2 คดี เมื่อได้ความว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งเป็นคดีนี้อีกเพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357, 83 และให้นับโทษจำเลยแต่ละคนต่อจากโทษในคดีอื่นของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามให้การปฎิเสธ แต่จำเลยที่ 2 ที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 หลบหนีศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ชั่วคราวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 3 ปี 4 เดือนให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 926/2534 ของศาลชั้นต้น

ส่วนคดีอื่นที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อตามคำขอท้ายฟ้องนั้น ไม่ปรากฎว่าเป็นคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว คำขอในส่วนนี้จึงให้ยกเสียจำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้รับรถจักรยานยนต์ของกลาง หมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ ส-5813 และหมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ ส-6821 ไว้ในคราวเดียวกัน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าโจทก์ได้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรทรัพย์ดังกล่าวตามจำนวนรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็น2 คดี โดยฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 คดีแรก ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน

เชียงใหม่ ส - 5813 ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3036/2535และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะนำคดีอาญามาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในความผิดฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ ส-6821 เป็นคดีนี้อีกเพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกันกับคดีดังกล่าว และสิทธิที่โจทก์จะนำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 สำหรับความผิดนั้นเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้