Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลก่อน และศาลดังกล่าวนั้นจะต้องเป็นศาลที่มีอำนาจอนุญาตด้วยขณะที่ผู้ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กในศาลแพ่ง ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเปิดดำเนินการแล้ว ผู้ใช้อำนาจปกครองจึงต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 มาตรา 8 ก่อนมิฉะนั้นเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวและคำพิพากษาตามยอม ไม่ผูกพันเด็ก ไม่ว่าเด็กจะรู้เห็นยินยอมหรือไม่โจทก์ฟ้องคดีขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองกับจำเลยร่วมเป็นโมฆะ และให้เพิกถอนเสีย การที่ศาลพิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีผลผูกพันเด็กนั้น ไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142คดีที่พนักงานอัยการฟ้องเพื่อประโยชน์ของเด็กในฐานะโจทก์มิใช่ฐานะทนายความ ศาลไม่สั่งให้ค่าทนายความแก่พนักงานอัยการ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายวิชัย คุรุรัตน์ จำเลย เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรจำเลยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ได้ฟ้องขับไล่นายบุญส่ง คุรุรัตน์ ออกจากห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินซึ่งมีชื่อบุตรผู้เยาว์ทั้งหกของจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมาจำเลยและนายบุญส่ง คุรุรัตน์ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยกห้องแถวพร้อมที่ดินและบ้านอีก 3 หลัง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุตรผู้เยาว์ให้แก่นายบุญส่ง คุรุรัตน์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุตรผู้เยาว์ และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางศาลแพ่งได้พิพากษาตามยอมแล้ว ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5727/2510 ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าวเป็นโมฆะ และให้เพิกถอนเสีย

จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายบุญส่งโดยบุตรผู้เยาว์ทั้งหกของจำเลยไม่ทราบ และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกนายบุญส่งเข้าเป็นจำเลยร่วม นายบุญส่งจำเลยร่วมให้การว่า สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวบุตรผู้เยาว์ทั้งหกของจำเลยเห็นชอบด้วย

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้วจึงชอบด้วยกฎหมาย คดีโจทก์ขาดอายุความ นายไพศาล และนายประดิษฐ์บรรลุนิติภาวะแล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534 สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมเป็นการประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุตรผู้เยาว์ของจำเลย เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และบุตรผู้เยาว์ของจำเลยไม่รู้เห็นยินยอมด้วย จึงไม่ผูกพันผู้เยาว์ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความพิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5727/2510 ของศาลแพ่ง ไม่ผูกพันบุตรผู้เยาว์ทั้งหกของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายเป็นพับ จำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์250 บาทแทนโจทก์ จำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 958 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของบุตรทั้งหกของจำเลย จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยมิได้รับอนุญาตจากสาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และวินิจฉัยว่าการทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กจำต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และศาลที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้อำนาจปกครองทำนั้น จะต้องเป็นศาลที่มีอำนาจอนุญาตด้วยขณะจำเลยและจำเลยร่วมทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางได้เปิดดำเนินการแล้ว ศาลที่มีอำนาจคือศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง

จำเลยต้องได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางก่อนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 8เมื่อจำเลยทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางสัญญาประนีประนอมยอมความจึงขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1546 (อ้างฎีกาที่ 1954/2505) แม้โจทก์จะขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ศาลก็มีอำนาจพิพากษาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาไม่ผูกพันบุตรทั้งหกของจำเลยได้ (อ้างฎีกา 1407/2494) ไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 การทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 นั้น

เมื่อผู้ใช้อำนาจปกครองไม่ได้รับอนุญาตจากศาลที่มีอำนาจอนุญาต นิติกรรมนั้นก็ไม่ผูกพันเด็กไม่ว่าเด็กจะรู้เห็นยินยอมหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะพนักงานอัยการ กรมอัยการเข้าดำเนินคดีนี้ในฐานะเป็นโจทก์มิใช่ในฐานะทนายความ จำเลยร่วมจึงไม่ต้องใช้ค่าทนายความแทนโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่สั่งให้จำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้