Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3367/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุที่โจทก์ถูกออกจากงานเนื่องจากจำเลยที่ 1 ทำหนังสือร้องเรียนต่อธนาคารให้พิจารณาลงโทษโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของธนาคาร เนื่องจากโจทก์ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการแจ้งให้ธนาคารทราบเท่านั้น ธนาคารจะพิจารณาและมีคำสั่งลงโทษโจทก์หรือไม่เป็นเรื่องของธนาคาร แม้การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงธนาคารเป็นการกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ก็เป็นการใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่จะเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ได้ส่วนการที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 เบิกความต่อศาลในคดีอาญาที่โจทก์ฟ้อง ร. โดยกล่าวถึงคำพิพากษาที่โจทก์ถูกลงโทษจำคุก ก็เป็นการกระทำตามหน้าที่ในฐานะพยาน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมิใช่เป็นการใช้สิทธิของจำเลยโดยเจตนาแกล้งให้โจทก์เสียหายฝ่ายเดียวทั้งเป็นการไขข่าวตามความเป็นจริง จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้นำเอาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 12938/2529 ของศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทและศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาให้ลงโทษจำคุกโจทก์ มีกำหนด 2 เดือน ไปยื่นเป็นพยานหลักฐานต่อศาลอาญาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6701/2529 ซึ่งโจทก์ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเริ่ม ชื่นตา เป็นจำเลยในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงานโดยจำเลยทั้งสามไปที่ศาลอาญาด้วยกัน และจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3ได้เข้าเบิกความเป็นพยานยืนยันว่า โจทก์ถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 เดือน ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสามมีความประสงค์จะให้บุคคลอื่นรู้ว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี ต่อมาศาลอาญามีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้ให้จำเลยที่ 2 นำเอาคำพิพากษาคดีดังกล่าวไปมอบให้แก่จำเลยที่ 3 เพื่อยื่นเป็นพยานหลักฐานต่อศาลแรงงานกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 6672/2529 ซึ่งโจทก์เป็นโจทก์ฟ้องธนาคารออมสินเป็นจำเลย และศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันนำเอาคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวไปให้จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2078/2530 ของศาลแขวงพระนครเหนือ ซึ่งโจทก์เป็นโจทก์ฟ้องนายไกรฤกษ์ เสนีวงษ์ ณ อยุธยา กับพวกอีก 1 คน เป็นจำเลยและทนายจำเลยในคดีดังกล่าวได้แถลงการณ์ปิดสำนวนว่า โจทก์ถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ตามคดีอาญาที่จำเลยทั้งสามมอบคำพิพากษาให้ไปดังกล่าวด้วย และศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง นอกจากนี้จำเลยทั้งสามได้เอาคำพิพากษาคดีอาญาที่ลงโทษจำคุกโจทก์ดังกล่าวไปยื่นต่อผู้อำนวยการธนาคารออมสินเพื่อให้พิจารณาลงโทษโจทก์ทางวินัย และจำเลยที่ 1 นำคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวไปฟ้องโจทก์ว่าทำละเมิด และเรียกค่าเสียหายตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2312/2530ของศาลแพ่ง

จำเลยทั้งสามกระทำการดังกล่าวเป็นการกระทำโดยจงใจเพื่อแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงอันเป็นการกระทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การว่า ที่จำเลยที่ 1 นำเอาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 12938/2529 ของศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งจำเลยที่ 1เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทและศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาให้จำคุกโจทก์มีกำหนด 2 เดือน ไปยื่นเป็นพยานหลักฐานในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6701/2529 ของศาลอาญา ก็เพราะนายเริ่มจำเลยคดีดังกล่าวแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นทนายความ จำเลยที่ 1จึงมีอำนาจกระทำไปเพื่อต่อสู้คดีโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมายส่วนที่จำเลยที่ 1 แจ้งผลคดีดังกล่าวไปให้ผู้อำนวยการธนาคารออมสินทราบก็เพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบการธนาคารออมสิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นทนายความ จำเลยที่ 2 เป็นเสมียนทนายความ และจำเลยที่ 3 ถูกโจทก์ฟ้องเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คต่อศาลอาญา และฟ้องเรียกเงินตามเช็คต่อศาลแพ่ง จำเลยที่ 3 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 เป็นทนายความแก้ต่างทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครใต้เรื่องหมิ่นประมาท

ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาจำคุกโจทก์มีกำหนด 2 เดือน ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่12938/2529

โจทก์อุทธรณ์ คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการธนาคารออมสินให้พิจารณาลงโทษโจทก์และมอบให้จำเลยที่ 3 นำไปยื่นต่อธนาคารออมสินปรากฏตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.2 ธนาคารออมสินได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานไว้ก่อน ปรากฏตามสำเนาคำสั่งของธนาคารออมสินเอกสารหมาย จ.4 โจทก์ฟ้องธนาคารออมสินต่อศาลแรงงานกลางเรื่องให้เพิกถอนคำสั่ง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาพิพากษายืน ต่อมาโจทก์ฟ้องนายเริ่ม ชื่นตา ต่อศาลอาญาเรื่องความผิดต่อเจ้าพนักงาน และฟ้องนายไกรฤกษ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยากับพวกต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอาญาและศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษายกฟ้อง และในการพิจารณาของศาลดังกล่าว ธนาคารออมสินนายเริ่มและนายไกรฤกษ์กับพวก ได้อ้างจำเลยที่ 1 และอ้างคำพิพากษาของศาลแขวงพระนครใต้คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 12938/2529เป็นพยาน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้เบิกความเป็นพยานต่อศาลอาญาและจำเลยที่ 1 ในฐานะทนายความของนายเริ่มได้อ้างส่งสำเนาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 12938/2529 ของศาลแขวงพระนครใต้มีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่พิเคราะห์แล้ว

เหตุที่โจทก์ถูกออกจากงานเนื่องจากจำเลยที่ 1ทำหนังสือร้องเรียนต่อธนาคารออมสินให้พิจารณาลงโทษโจทก์เนื่องจากโจทก์ถูกศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาจำคุก การกระทำของจำเลยที่ 1จึงเป็นการแจ้งให้ธนาคารออมสินทราบเท่านั้น ธนาคารออมสินจะพิจารณาและมีคำสั่งลงโทษโจทก์หรือไม่เป็นเรื่องของธนาคารออมสินแม้การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงธนาคารออมสินดังกล่าวเป็นการกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แต่ก็เป็นการใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่จะเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ได้ ส่วนการที่จำเลยที่ 1และที่ 3 เบิกความต่อศาลถึงคำพิพากษาที่โจทก์ถูกลงโทษก็เป็นการกระทำตามหน้าที่ในฐานะพยาน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมิใช่เป็นการใช้สิทธิของจำเลยโดยเจตนาแกล้งให้โจทก์เสียหายฝ่ายเดียวทั้งเป็นการไขข่าวตามความเป็นจริง จำเลยทั้งสามจึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้