Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3366/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยรับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1439,1440 การกำหนดค่าทดแทนความเสียหายต่อกายและชื่อเสียงของโจทก์นั้นต้องพิเคราะห์ถึงการศึกษาอาชีพและรายได้ของโจทก์ฐานะของครอบครัวของโจทก์และการที่โจทก์เป็นหญิงมาอยู่กินกับจำเลยจน มีบุตรแต่จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสทำให้โจทก์ได้รับความอับอายเสียชื่อเสียงทั้งเป็นการยากที่จะทำการสมรสใหม่ ก่อนรับหมั้นจำเลย โจทก์ทำงานอยู่บริษัทฯ เมื่อแต่งงานแล้วโจทก์ได้ลาออกจากงานเพื่อมาช่วยงานบ้านจำเลยถือได้ว่าโจทก์ได้จัดการเกี่ยวกับอาชีพโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรสเมื่อจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าทดแทนความเสียหายส่วนนี้ได้แต่ต่อมาโจทก์ได้เข้าทำงานใหม่แม้จะลาออกจากงานอีกครั้งหนึ่งก็มิใช่ด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรสเพราะในระยะนั้นทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่อาจจะจดทะเบียนสมรสกันได้แน่นอน โจทก์จึงเรียกไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้หมั้นกันโดยสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนสมรสกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาโจทก์จำเลยได้แต่งงานและอยู่กินร่วมกันตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน โจทก์ได้ขอร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ จำเลยอ้างว่ายังไม่มีเวลาและขอผัดผ่อนเรื่อยมา ต่อมาโจทก์คลอดบุตรซึ่งเกิดจากจำเลย โจทก์ขอร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์อีก แต่จำเลยก็เพิกเฉย การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาหมั้นทำให้โจทก์ต้องอับอายได้รับความเสียหายทั้งทางกายและจิตใจ และเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์และครอบครัว โจทก์ขอเรียกค่าเสียหายในข้อนี้ 300,000บาท ขณะจำเลยไปสู่ขอและหมั้นกับโจทก์ โจทก์ทำงานอยู่ที่บริษัทแฟร์เท็กซ์การ์เมนท์ จำกัด

ต่อมาโจทก์ได้ลาออกจากงานโดยมุ่งหวังจะช่วยจำเลยทำมาค้าขายและเพื่อความอบอุ่นในครอบครัว ทำให้โจทก์ขาดผลประโยชน์รายได้ ขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 54,000 บาท จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในค่าเลี้ยงดูบุตร ขอคิดเดือนละ 3,000 บาท จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์ได้ซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสมรสเป็นเงิน34,000 บาท ทรัพย์ดังกล่าวขณะนี้อยู่ที่บ้านจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้และจำเลยขอยืมเงินส่วนตัวโจทก์ไป 40,000 บาท จำเลยยังไม่ยอมใช้คืนขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินดังกล่าวให้โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้หมั้นและสมรสตามประเพณีกับโจทก์จนกระทั่งมีบุตร 1 คน เหตุที่โจทก์จำเลยอยู่กินด้วยกันไม่ได้ก็เพราะหลังจากโจทก์คลอดบุตรแล้วพี่สาวโจทก์กับมารดาโจทก์ได้ยุแหย่ให้เกิดความแตกร้าวในครอบครัวโจทก์ได้หลบหนีออกจากบ้าน

จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยไม่เคยยืมเงินโจทก์เงิน 40,000 บาท คือค่าสินสอดที่ทั้งสองฝ่ายได้ออกสมทบเป็นทุนตามประเพณี ในระยะที่โจทก์ตั้งท้องและคลอดบุตรก็ได้ใช้สอยร่วมกันไปบ้าง เหลืออยู่ประมาณ 8,000 บาท โจทก์ได้นำติดตัวไปเมื่อครั้งออกจากบ้าน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจปกครองบุตร การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความอับอายเสียชื่อเสียงขอคิดจากโจทก์ 100,000 บาท จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานสมรส335,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ส่งบุตรมาอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยกับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ก่อนออกจากบ้านจำเลย โจทก์ไม่ได้เอาทรัพย์สินของจำเลยติดตัวไปแต่อย่างใด

คำขอของจำเลยที่ขอให้บุตรอยู่ในความปกครองของจำเลยขัดกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จำเลยไม่ได้เสียชื่อเสียงค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสสูงกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว โจทก์ไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น ฟ้องแย้งของจำเลยเคลือบคลุมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนฐานผิดสัญญาหมั้นเป็นเงิน 231,700 บาท ให้จำเลยคืนทรัพย์อันดับ 1-6 ตามฟ้องให้โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคารวม 29,300 บาท แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยรับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439, 1440 ค่าทดแทนความเสียหายต่อกายและชื่อเสียงของโจทก์นั้น

ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์โดยพิเคราะห์ถึงการศึกษา อาชีพและรายได้ของโจทก์ ฐานะของครอบครัวของโจทก์และการที่โจทก์เป็นหญิงมาอยู่กินกับจำเลยจนมีบุตร แต่จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วยโจทก์ต้องได้รับความอับอายเสียชื่อเสียงทั้งเป็นการยากที่จะสมรสใหม่และตามประเพณีจีนหญิงที่แต่งงาน 2 ครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากจึงกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท นับว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์ได้จัดการเกี่ยวกับอาชีพโดยคาดหมายว่าจะได้มีการสมรสนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนรับหมั้นจำเลย โจทก์ทำงานอยู่ที่บริษัทแฟร์เท็กซ์การ์เมนท์ จำกัด เมื่อแต่งงานกับจำเลยแล้วประมาณ 1 เดือนเศษ

โจทก์ได้ลาออกจากงานเพื่อมาช่วยงานบ้านจำเลย ถือได้ว่าโจทก์ได้จัดการเกี่ยวกับอาชีพโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส เมื่อจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าทดแทนความเสียหายในส่วนนี้ได้ ส่วนระยะเวลาหลังจากโจทก์ได้เข้าทำงานใหม่แล้วย่อมไม่มีเหตุที่จะกำหนดค่าทดแทนให้อีก แม้โจทก์จะลาออกจากงานอีกครั้งหนึ่งก็มิใช่ด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส เพราะในระยะนั้นทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่อาจจะจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างแน่นอนสรุปแล้ว จำเลยจะต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนให้โจทก์คือค่าทดแทนความเสียหายต่อกายและชื่อเสียงของโจทก์ 200,000 บาท ค่าทดแทนเนื่องจากการเตรียมการสมรส 4,700 บาท และค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์จัดการเกี่ยวกับอาชีพโดยคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส14,567 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 219,267 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้