Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3363/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองนำเครื่องฉีดพลาสติกและรถตู้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อร่วมงานแสดงสินค้า โดยได้รับยกเว้นภาษีอากรภายใต้เงื่อนไขว่าต้องส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรภายใน 6 เดือนนับแต่วันนำเข้าและทำทัณฑ์บนวางเงินสด 210,000 บาท พร้อมกับทำสัญญาประกันไว้ต่อโจทก์ที่ 1 โดยสัญญาว่าเงิน 210,000 บาทนี้ หากภายหลังปรากฎว่าไม่คุ้มกับค่าภาษีอากรที่จะพึงชำระยังขาดอีกเท่าใด จำเลยที่ 1 ยินยอมชำระเพิ่มให้ครบถ้วนโดยถือว่าเป็นการชำระเพิ่มเติม เนื่องจากการผิดสัญญาแสดงให้เห็นว่า สัญญาประกันดังกล่าวเป็นประกันค่าภาษีอากรที่โจทก์ที่ 1 ยกเว้นให้จำเลยที่ 1 โดยมีเงื่อนไข เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกัน โจทก์ที่ 1 ริบเงินประกันไปจึงเป็นการริบไว้เป็นค่าภาษีอากรที่ยกเว้นให้ เมื่อเงินประกันที่โจทก์ที่ 1 ริบไปคุ้มค่าภาษีอากรที่จำเลยที่ 1ต้องชำระแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าภาษีอากรอีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 จำเลยที่ 1 ได้นำเอาเครื่องพลาสติกและรถตู้จากเมืองฮ่องกงเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยที่ 1 ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า พร้อมกับยื่นคำร้องขอทำสัญญาประกันทัณฑ์บนไว้ต่อโจทก์ที่ 1 ว่านำสินค้าเข้ามาเพื่อร่วมในงานแสดงสินค้าโดยจะส่งกลับออกไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันนำเข้า โจทก์ที่ 1พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกเว้นอากรภายใต้เงื่อนไขต้องส่งกลับออกไปภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันนำเข้า และให้จำเลยที่ 1ทำทัณฑ์บนวางเงินสดไว้ 210,000 บาท พร้อมกับทำสัญญาประกันต่อโจทก์ที่ 1 ต่อมาเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันนำเข้าจำเลยที่ 1 มิได้ส่งสินค้าออกไปตามสัญญาประกันและทัณฑ์บนที่ทำไว้

โจทก์ที่ 1 จึงริบเงินประกันและให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าภาษีอากรตามที่จำเลยที่ 1 ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าคือ อากรขาเข้า 112,879 บาท ภาษีการค้า 28,117 บาท และภาษีบำรุงเทศบาล 2,811 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระและไม่อุทธรณ์ภายใน 30 วัน จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้า คำนวณถึงวันฟ้อง 45,151.60 บาท เงินเพิ่มภาษีการค้าคำนวณถึงวันฟ้อง 16,026.88 บาท และเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลร้อยละสิบของเงินเพิ่มภาษีการค้า 1,602.69 บาท รวมเงินภาษีอากรและเงินเพิ่มภาษีอากรต่าง ๆ ที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดทั้งสิ้น 206,588.17 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากร 206,588.17 บาท พร้อมด้วยเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 112,879 บาท เป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

เงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนจากต้นเงินภาษีการค้า 28,117 บาท เป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ไม่เกินภาษีการค้าคือ 28,117 บาทและเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลเป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละสิบของเงินเพิ่มภาษีการค้าแก่โจทก์จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้นำสินค้าคือเครื่องฉีดพลาสติกและรถตู้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อร่วมในงานแสดงสินค้าและได้ขออนุมัติโจทก์ที่ 1 ให้ยกเว้นอากรภายใต้เงื่อนไขว่าต้องส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรภายใน 6 เดือน นับแต่วันนำเข้า

เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1บันทึกว่าต้องทำทัณฑ์บนวางเงินสดหรือให้ธนาคารค้ำประกันค่าอากรไว้ หัวหน้างานประเมินอากรของโจทก์ที่ 1 จึงประเมินอากรโดยมีรายละเอียดแสดงถึงจำนวนภาษีอากรที่จำเลยสำแดงเงินเพิ่มอากร 20 เปอร์เซ็นต์ และเงินเพิ่มอากร 2 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 6 เดือน รวมเป็นค่าภาษีอากรทั้งสิ้น 189,823 บาทและเสนอความเห็นว่าควรให้จำเลยวางประกัน 210,000 บาทโจทก์ที่ 1 อนุมัติ และได้ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันไว้210,000 บาท โดยมีข้อความในสัญญาด้วยว่า เงินจำนวนที่กำหนดไว้นี้ หากภายหลังปรากฎว่าไม่คุ้มกับค่าภาษีอากรที่จะพึงชำระหากของที่จำเลยนำเข้าไม่ได้รับยกเว้นอากรแล้ว ยังขาดอีกเท่าใดจำเลยที่ 1 ยินยอมชำระเพิ่มให้ครบถ้วนโดยถือว่าเป็นการชำระเพิ่ม

เนื่องจากการผิดสัญญา แสดงให้เห็นว่า สัญญาประกันเป็นประกันค่าภาษีอากรที่โจทก์ที่ 1 ยกเว้นให้จำเลยที่ 1โดยมีเงื่อนไข เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกัน โจทก์ที่ 1ริบเงินประกันไป จึงเป็นการริบไว้เป็นค่าภาษีอากรที่ยกเว้นให้ไปนั้นเอง เงินประกันที่โจทก์ที่ 1 ริบไปคุ้มค่าภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระแล้ว โจทก์ทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าภาษีอากรตามฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพงษ์ สนธิเณร · นิเวศน์ คำผอง · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้