Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3355/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยร่วมปลอมลายมือชื่อของ ป. เป็นผู้รับอาวัลเช็คเพื่อให้เช็คทั้งสิบฉบับเป็นที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เช็คทั้งสิบฉบับเป็นเช็คที่สมบูรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย เช็คดังกล่าวจึงเป็นตั๋วเงิน จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารที่เป็นตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4) ไม่ใช่เป็นความผิดตามมาตรา 264 เท่านั้น แม้จำเลยปลอมลายมือชื่อของ ป. ที่ด้านหลังเช็คทั้งสิบฉบับในคราวเดียวกันแต่การปลอมลายมือชื่อดังกล่าวในแต่ละฉบับเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารแยกออกจากกันได้อีก ทั้งจำเลยกระทำโดยมีเจตนานำเช็คที่มีลายมือชื่อปลอมนั้นไปหลอกขายลดให้แก่บุคคลอื่นเป็นรายฉบับไปจึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266,32, 83, 91 และริบของกลางจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพแต่หลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 1 ขอแก้ไขคำให้การว่า การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นความผิดกรรมเดียวจำเลยที่ 2 ให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (4) จำคุกคนละ 7 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 1 และคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยลดให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม

คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 3 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 8 เดือน ริบเช็คของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสองกระทงละ 2 ปี 10 กระทง รวมจำคุกคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 10 ปีจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสอง 10 กระทง กระทงละ 2 ปีเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละไม่เกิน 5 ปี

คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาดุลพินิจของศาลซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงรับวินิจฉัยให้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดเจนว่าเช็คแต่ละฉบับนั้นจำเลยได้กระทำการปลอมแปลงในวันเวลาใด เห็นว่าที่โจทก์บรรยายวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐานปลอมเอกสารไว้กว้าง ๆ ว่าเมื่อระหว่างวันที่ 29เมษายน 2530 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2530 เวลากลางวันวันเวลาใดไม่ปรากฎชัด

จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด จำนวน 10 ฉบับ เป็นการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำผิดฐานปลอมเอกสารพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยที่ 2 เข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมปัญหาข้อที่สองว่า การที่จำเลยที่ 2 ร่วมปลอมลายมือชื่อผู้รับอาวัลในเช็คเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.11 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (4) หรือไม่ เห็นว่า เช็คตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.11 เป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 ได้มาจากการเปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางกระบือโดยถูกต้อง จึงเป็นเช็คที่สามารถสั่งจ่ายเงินได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเช็คทั้งสิบฉบับมีรายการครบถ้วนตามกฎหมายแล้วการที่จำเลยที่ 2 ร่วมปลอมลายมือชื่อของนายประสิทธิ์ เป็นผู้รับอาวัลเช็คก็เพื่อให้เช็คทั้งสิบฉบับเป็นที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นเท่านั้นหาใช่เป็นเช็คที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามกฎหมายตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่

เช็คหมาย จ.2 ถึง จ.11 จึงเป็นตั๋วเงิน จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารที่เป็นตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (4) ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (4)ฟังไม่ขึ้นปัญหาข้อที่สาม การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดกระทงเดียวหรือ 10 กระทง เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 ปลอมลายมือชื่อของนายประสิทธิ์ที่ด้านหลังเช็คทั้งสิบฉบับในคราวเดียวกันการปลอมลายมือชื่อดังกล่าวในแต่ละฉบับเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารแยกออกจากกันได้ ตามพฤติการณ์แห่งคดี จำเลยที่ 2 กระทำโดยมีเจตนานำเช็คที่มีลายมือชื่อปลอมนั้นไปหลอกขายลดให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจำเลยที่ 2 ก็สามารถหลอกขายเช็คให้แก่บุคคลอื่นเป็นรายฉบับไป ซึ่งเป็นความผิดต่างกรรมกัน

การปลอมลายมือชื่อในเช็ค 10 ฉบับดังกล่าว จึงเป็นความผิด 10 กระทงปัญหาข้อสุดท้ายว่า ที่ศาลอุทธรณ์รวมกระทงลงโทษจำเลยที่ 2จำคุก 13 ปี 4 เดือน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(4) ระวางโทษจำคุกตั้งแต่1 ปี ถึง 10 ปี กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2)ที่แก้ไขใหม่ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วจะลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2ได้ไม่เกิน 20 ปี ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์รวมโทษจำเลยที่ 2ทุกกระทงแล้ว จำคุก 13 ปี 4 เดือน จึงชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้