Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเลยผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยจัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่ายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง จำเลยนำสืบว่าผู้ตายคงขึ้นไปนั่งบนผนังกันตกที่ดาดฟ้าแล้วเสียหลักมือจึงไปถูกสายไฟฟ้าเข้า ดังนี้ ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองดังจำเลยอ้าง การเดินสายไฟฟ้าแรงสูงซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านอาคารที่เกิดเหตุในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง หากจำเลยจัดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสายไฟฟ้าดังกล่าวให้ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ ก็อาจป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากสายไฟฟ้านั้นได้ จึงอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะป้องกันได้ อันตรายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ตายจึงถือไม่ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 53,100 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยเป็นผู้ดำเนินการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขตอำเภอพนัสนิคมได้ขึงสายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 22,000 โวลท์ ซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านเหนือกันสาดดาดฟ้าของตึกร้านภักดีในระยะห่างกำแพงกันตกของดาดฟ้า 0.70เมตร และสูงเหนือกันสาด 1.15 เมตร ส่วนกำแพงกันตกของดาดฟ้าสูง 0.80 เมตร เด็กหญิงแพรว เหลืองอ่อน ถูกกระแสไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าของจำเลยนี้ดูดตายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2521 การขึงสายไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานระยะห่างที่ปลอดภัยในการก่อสร้างทางไฟฟ้าซึ่งจำเลยกำหนดไว้ตามเอกสารหมาย จ.11 ว่า ต้องห่างจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 3 เมตรภายหลังเกิดเหตุคดีนี้แล้ว

จำเลยได้ยกสายไฟฟ้าเกิดเหตุให้สูงขึ้นตามภาพถ่ายหมาย จ.4 สายไฟฟ้าแรงสูงที่เกิดเหตุขึงภายหลังการปลูกสร้างอาคารที่เกิดเหตุที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่เด็กหญิงแพรว เหลืองอ่อน ถึงแก่ความตายเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองและเกิดแต่เหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กระแสไฟฟ้าที่จำเลยจัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่ายเป็นของที่เกิดอันตรายได้โดยสภาพ จำเลยผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหาย อันเกิดแต่กระแสไฟฟ้านั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 437 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยผู้ครอบครองจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่า การเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองนั้น ตามทางนำสืบของจำเลยจำเลยคงมีแต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยเบิกความในเชิงให้ข้อสันนิษฐานว่าเด็กหญิงแพรวคงขึ้นไปนั่งบนผนังกันตกที่ดาดฟ้าแล้วเสียหลักมือจึงไปถูกสายไฟฟ้าเข้าเท่านั้น

ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองดังจำเลยอ้าง ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่า การตายของเด็กหญิงแพรวเกิดแต่เหตุสุดวิสัยนั้น ตามทางนำสืบของจำเลยก็มิได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัยอย่างไร ข้อเท็จจริงกลับได้ความว่าในการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงกำลัง 22,000 โวลท์และเป็นสายเปลือยนั้นจำเลยได้กำหนดมาตรฐานระยะห่างปลอดภัยในการก่อสร้างทางไฟฟ้าตามเอกสารหมาย จ.11 แผ่นที่ 3 โดยกำหนดระยะน้อยที่สุดในแนวระดับจากสายไฟฟ้ายังอาคารเป็นระยะ 3 เมตร แต่สายไฟฟ้าที่เกิดเหตุในคดีนี้ขึงผ่านกันสาดชั้นดาดฟ้าของอาคารที่เกิดเหตุทางกำแพงกันตกของดาดฟ้าเพียง 0.70 เมตร ตามเอกสารหมาย จ.11 ยังมีบันทึกเรื่องอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงสรุปใจความได้ว่า

หากมีระยะห่างในแนวระดับระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนยื่นของอาคารน้อยกว่า1.50 เมตร ให้ดำเนินการแก้ไขอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเลื่อนตำแหน่งติดตั้งลูกถ้วยให้อยู่ห่างจากอาคาร เปลี่ยนไม้คอนเป็นแบบท้าวแขน ย้ายแนวสายหรือเปลี่ยนสายจากชนิดสายเปลือยเป็นสายหุ้มฉนวน นายปรีดี ณ สงขลา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าของจำเลยเองก็ยังเบิกความว่า ลักษณะของสายไฟฟ้าที่เดินผ่านตัวตึกอาคารที่เกิดเหตุตามภาพถ่ายในเอกสารหมาย จ.6ไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ของจำเลยเดินสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านอาคารที่เกิดเหตุในลักษณะที่ไม่ถูกต้องอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นได้ทุกขณะและโดยง่าย หากจำเลยจัดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสายไฟฟ้าดังกล่าวให้ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ก็อาจป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากสายไฟฟ้านั้นได้ จึงอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะป้องกันได้ อันตรายที่เกิดขึ้นแก่เด็กหญิงแพรวจึงถือไม่ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้