Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3347/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราแล้วหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้เป็นความผิด 3 กระทงจำเลยที่ 1 นัดหมายจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้จำเลยที่ 3 ออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางกับจำเลยที่ 2 ตามหลังจำเลยที่ 1 ซึ่งกลับจากปัสสาวะ และจำเลยที่ 3 ก็ตรงไปเอารถจักรยานอันเป็นพาหนะของจำเลยที่ 1 และผู้เสียหายไป แล้วจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ก็เข้าใช้กำลังประทุษร้ายพรากผู้เสียหายไป เช่นนี้ เป็นการให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2กระทำความผิด จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86,318

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันพรากนางสาวอารมณ์ผู้เยาว์อายุ 16 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร และจำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ในที่พักและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายคนละครั้ง แล้วจำเลยที่ 1 กับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ในที่พักอีกแห่งหนึ่งและจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 310, 318จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า

จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 310 และ 318 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 ประกอบด้วยมาตรา 86 จำเลยที่ 1ที่ 2 ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคสอง กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 310กระทงหนึ่ง ลงโทษตามมาตรา 318 กระทงหนึ่งจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมิได้สมัครใจไปกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงได้แสดงกิริยาขัดขืนจนถูกจำเลยที่ 1 ทำร้ายและถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2ฉุดลากไป ครั้นถึงเขาลูกเล็กจำเลยที่ 1 ก็ทำร้ายผู้เสียหายบังคับให้นั่งลงและผลักผู้เสียหายให้นอนหงาย แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ใช้กำลังบังคับถอดเสื้อและกางเกงของผู้เสียหายออก จำเลยที่ 2 เหยียบแขนทั้งสองข้างของผู้เสียหายไว้

จำเลยที่ 1 ชกท้องผู้เสียหายและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1จับแขนผู้เสียหายเปลี่ยนให้จำเลยที่ 2 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายบ้าง เช่นนี้เป็นการพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วย และข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ควบคุมและบังคับผู้เสียหายอยู่ตลอดเวลาที่บ้านนางแมว ตอนที่อยู่บ้านนายเที่ยงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ควบคุมและบังคับผู้เสียหายให้อยู่แต่ในบ้าน และขู่ว่าถ้าหลบหนีจะฆ่าให้ตาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก แม้แต่ผู้เสียหายไปถ่ายอุจจาระจำเลยที่ 1 ก็ตามไปเฝ้าไว้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายที่จำเลยที่ 3 ออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางกับจำเลยที่ 2 และตามหลังจำเลยที่ 1 ซึ่งกลับจากปัสสาวะ เป็นการที่จำเลยที่ 1 ได้นัดหมายกับจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้ และจำเลยที่ 3 ก็ตรงไปเอารถจักรยานยนต์อันเป็นพาหนะของจำเลยที่ 1 และผู้เสียหายไปเสีย แล้วจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ก็เข้าใช้กำลังประทุษร้ายพรากผู้เสียหายไปเช่นนี้ เป็นการให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2กระทำความผิด

จำเลยที่ 3 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 318พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามมาตรา 75จำคุกจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 276 วรรคสอง ตามมาตรา 310 และตามมาตรา 318ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามมาตรา 91 และให้คงจำคุกจำเลยที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง แจ่มสุธี · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้