Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 2 อายุ 15 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ที่ 2 อายุ 15 ปี จำเลยที่ 1 อายุ 14 ปี ต่างสมัครใจเล่นขว้างปา ก้อนดิน ใส่ กัน ก้อนดิน ถูกตา ซ้าย โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บดังนี้ เป็นกรณีเกิดจากการเล่นตามวิสัยเด็กโดยโจทก์ที่ 2 สมัครใจเข้าร่วมเล่นด้วย ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 มีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการละเมิด ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำกระบือไปเลี้ยงห่างหมู่บ้าน 4กิโลเมตร จำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปด้วยการเล่นขว้างปา ก้อนดิน เป็นการเล่นธรรมดาทั่วไปที่เด็ก ๆ จะชักชวนและสมัครใจเล่นกันเองตามวิสัยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยรู้ว่าจำเลยที่ 1 เคยเล่นขว้างปา ก้อนดิน กันมาก่อนจึงเกินความคาดคิดที่จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบิดาจะควบคุมได้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวังดูแล จำเลยที่ 1 ตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว.

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขว้างปาก้อนดินโดยประมาทถูกตาซ้ายโจทก์ที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส ตาพิการไม่สามารถมองเห็นได้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2จริง แต่ไม่ถึงพิการ ค่าเสียหายทั้งหมดไม่เกิน 4,000 บาท จำเลยที่ 2ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลจำเลยที่ 1 ตามสามควรแก่หน้าที่ไม่ต้องร่วมรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินรว 33,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 46,000บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบมาว่า ขณะเกิดเหตุ โจทก์ที่ 2 อายุ 15 ปี จำเลยที่ 1 อายุ 14 ปี และอยู่หมู่บ้านเดียวกัน วันเกิดเหตุโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 1 และเพื่อนเด็กด้วยกัน 4 คน นำกระบือไปเลี้ยงห่างบ้านประมาณ 4 กิโลเมตรโดยจำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปด้วย ขณะเลี้ยงกระบือได้แบ่งพวกเป็น 2 ฝ่าย เล่นขว้างปาก้อนดินกัน จำเลยที่ 1 โดยประมาทเลินเล่อ ได้ขว้างปาก้อนดินไปถูกตาโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ...ประเด็นที่จะวินิจฉัยมีว่า โจทก์ควรจะได้รับค่าเสียหายจากการสูญเสียประสิทธิภาพในการมองเห็น เสียความสามารถในการประกอบการงานเพียงใด จากรายงานการตรวจเอกสารหมาย

จ.5 และคำเบิกความของนายแพทย์สมชาย กิตติพงษ์หรรษา ฟังได้ว่า ตามของโจทก์ที่ 2สูญเสียประสิทธิภาพในการมองเห็น 80% คือยังสามารถมองเห็นได้บ้างในระยะ 6 ฟุต หรือมากกว่านี้เล็กน้อย ฝ่ายโจทก์เองก็นำสืบว่า ตาซ้ายของโจทก์ที่ 2 สามารถมองเห็นได้ลาง ๆ และเหตุแห่งการนี้ เกิดจากการเล่นกันตามวิสัยเด็กโดยโจทก์ที่ 2 สมัครใจเข้าไปร่วมเล่นด้วยย่อมต้องระมัดระวังมิให้ก้อนดินที่เล่นขว้างปากันไปถูกตน ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 มีส่วนเป็นต้นเหตุให้เกิดการละเมิดอยู่ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ค่าเสียหายจากการขาดประสิทธิภาพในการมองเห็นเป็นเงิน 30,000 บาทนั้น เป็นผลดีแก่โจทก์มากอยู่แล้ว ประเด็นที่จะวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยหรือไม่

จากการนำสืบของคู่ความได้ความว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 นำกระบือไปเลี้ยงห่างหมู่บ้านถึง 4 กิโลเมตร โดยจำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปด้วย การเล่นต่าง ๆ รวมทั้งเล่นขว้างปาก้อนดินจนเกิดเหตุคดีนี้ก็เป็นการเล่นธรรมดาทั่วไปที่เด็ก ๆ จะชักชวนและสมัครใจเล่นกันเองตามวิสัยและไม่ปรากฏจากทางนำสืบของคู่ความว่า จำเลยที่ 2 เคยรู้ว่า ก่อนนี้จำเลยที่ 1 เคยเล่นขว้างปาก้อนดินกันมาแล้ว จะได้ห้ามปรามจำเลยที่ 1ได้ การที่มีการเล่นจนเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยที่ 2 มิได้ไปรู้เห็นด้วยในภาวะเช่นนี้จึงเกินความคาดคิดสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะไปควบคุมถึง ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวังดูแลจำเลยที่ 1 ตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้