Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2564

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยแก้ไขระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมให้เป็นรุ่นทดลองใช้ มีกำหนดอายุการใช้งาน 30 วัน นับแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2559 เพื่อบีบบังคับให้โจทก์ร่วมว่าจ้างจำเลยให้ทำงานต่อไป เมื่อครบกำหนดระยะเวลาระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมไม่สามารถใช้งานได้อีก ถือได้ว่าจำเลยกระทำการด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ อันเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 10 และเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่วันที่มีการแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมเป็นรุ่นทดลองใช้ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมไม่สามารถทำงานตามปกติจากโปรแกรมที่ไม่มีวันหมดอายุเป็นโปรแกรมรุ่นทดลองใช้นับแต่วันดังกล่าว มิใช่เป็นความผิดสำเร็จในวันที่หมดอายุ ดังนั้น การที่จำเลยมอบ External harddisk ให้ที่ปรึกษาของโจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 เพื่อใช้ปลดล็อกโปรแกรมรุ่นทดลองใช้ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ จึงมิใช่กรณีการพยายามกระทำความผิดแล้วยับยั้งเสียเองไม่กระทำการให้ตลอด หรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล เป็นเหตุให้จำเลยไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 82

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 10

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา บริษัท ส. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 10 จำคุก 1 ปี และปรับ 30,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมว่าจ้างจำเลยเขียนโปรแกรมบริหารจัดการภายในด้วยระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 70,000 บาท รวมเวลา 2 ปี เป็นเงิน 1,680,000 บาท หลังจากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจำเลยส่งมอบระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินให้โจทก์ร่วมไม่มีข้อความระบุว่า รุ่นทดลองใช้ ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2559 ระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมมีข้อความขึ้นว่า รุ่นทดลองใช้ กำหนดวันสิ้นสุดการใช้งาน 30 วัน นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2559 เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมไม่สามารถใช้งานได้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ร่วมว่าจ้างจำเลยให้เขียนโปรแกรมบริหารจัดการเพื่อใช้งานภายในบริษัท รวมระยะเวลาจ้าง 2 ปี เป็นเงินค่าจ้าง 1,680,000 บาท การที่ว่าจ้างเป็นระยะเวลานานและค่าจ้างในอัตราสูง เป็นการว่าจ้างให้เขียนโปรแกรมที่สมบูรณ์ให้ใช้งานได้ตลอดไปไม่มีวันหมดอายุ มิใช่ให้เขียนโปรแกรมที่ใช้งานได้เพียง 30 วัน โดยในช่วงแรกโปรแกรมที่จำเลยเขียนขึ้นส่งให้โจทก์ร่วมสามารถใช้งานได้ตามปกติไม่มีข้อความขึ้นว่า รุ่นทดลองใช้ และได้ความจากคำเบิกความของนางพรศรีพยานโจทก์และโจทก์ร่วมว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างจำเลยจะขอทำงานให้โจทก์ร่วมต่อ โดยขอคิดค่าจ้างเดือนละ 50,000 บาท และค่าดูแลระบบที่จำเลยเขียนอีกเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งโจทก์ร่วมไม่ตกลงด้วย

ระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมจึงมีข้อความขึ้นว่า รุ่นทดลองใช้ กำหนดวันสิ้นสุดการใช้งาน 30 วัน โปรแกรมที่จำเลยเขียนขึ้นจึงมีการแก้ไขในภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างแล้ว ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปแก้ไขโปรแกรมต้องเป็นคนเขียนโปรแกรม คือ จำเลย สอดคล้องกับที่มีการตรวจสอบรหัสต้นฉบับพบข้อความว่า Acting capt. Zastra thitiwattana ซึ่งเป็นชื่อจำเลย เมื่อจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธว่ามิได้ใช้ชื่อดังกล่าว และจำเลยรับในฎีกาว่าจำเลยตั้งค่าโปรแกรมบัญชีและการเงินเป็นรุ่นทดลองใช้ ทั้งจำเลยเบิกความตอบโจทก์ถามค้านรับว่า ตั้งแต่จำเลยเก็บของออกจากบริษัทโจทก์ร่วมในวันที่ 27 มกราคม 2559 จนถึงปลายเดือนมีนาคม 2559 จำเลยไม่เคยแจ้งโจทก์ร่วมว่าระบบบัญชีและการเงินของคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมจะขึ้นข้อความว่า เป็นรุ่นทดลองใช้ และมีกำหนดเวลาใช้งาน ข้ออ้างที่ว่าเป็นการใส่มาตรการทดสอบโปรแกรมไว้และแจ้งให้โจทก์ร่วมทราบแล้ว

นั้น เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ พยานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนเข้าไปแก้ไขระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมเป็นรุ่นทดลองใช้ และมีกำหนดวันสิ้นสุดการใช้งาน 30 วัน ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวที่จำเลยเขียนขึ้นและมอบให้โจทก์ร่วมใช้งานแล้วย่อมเป็นของโจทก์ร่วม จำเลยจะเข้าไปแก้ไขโปรแกรมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอมไม่ได้ ดังนั้น การที่จำเลยเข้าไปแก้ไขระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมให้เป็นรุ่นทดลองใช้ มีกำหนดอายุการใช้งาน 30 วัน นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2559 เมื่อครบกำหนดระยะเวลาระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของโจทก์ร่วมไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โดยไม่มีบุคคลอื่นนอกจากจำเลยผู้พัฒนาเขียนโปรแกรมขึ้นที่จะสามารถแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ จึงเชื่อว่าจำเลยแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์เพื่อบีบบังคับให้โจทก์ร่วมว่าจ้างจำเลยให้ทำงานต่อไป

ถือได้ว่าจำเลยกระทำการด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ อันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 10 และเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่วันที่มีการแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมเป็นรุ่นทดลองใช้ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมไม่สามารถทำงานตามปกติจากโปรแกรมที่ไม่มีวันหมดอายุเป็นโปรแกรมรุ่นทดลองใช้นับแต่วันดังกล่าว มิใช่เป็นความผิดสำเร็จในวันที่หมดอายุดังที่จำเลยฎีกา ดังนั้น การที่จำเลยมอบ External harddisk ให้แก่นายรัฐสิทธิ์ ที่ปรึกษาของโจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 เพื่อใช้ปลดล็อกโปรแกรมรุ่นทดลองใช้ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ จึงมิใช่กรณีการพยายามกระทำความผิดแล้วยับยั้งเสียเองไม่กระทำการให้ตลอด หรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล เป็นเหตุให้จำเลยไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 ดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องและรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว

ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ทำให้ผลการวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร ณ ระนอง · วีรวิทย์ สายสมบัติ · โสภณ โรจน์อนนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายชุมพล ชีวินไกรสร
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1848/2563
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้