Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3336/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองต่างเบิกความยันกันปากต่อปากว่า จำเลยทั้งสองซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโจทก์ที่ 1 ไปขาย ยังไม่ได้ชำระเงิน ส่วนจำเลยทั้งสองยืนยันว่า ซื้อไปจริงแต่ชำระเงินแล้ว แต่โจทก์มีพยานซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่โจทก์เป็นลูกบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้านรวมทั้งอดีตกำนันที่ทั้งสองฝ่ายเป็นลูกบ้านเบิกความในทำนองเดียวกันว่าทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันและจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าเสื้อผ้าที่ซื้อไปจากโจทก์ที่ 1 จริง โดยมีบันทึกถ้อยคำเป็นหลักฐาน และโจทก์ยังมีพนักงานสอบสวนที่ไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองต่างเบิกความยันกันปากต่อปากว่า จำเลยทั้งสองซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโจทก์ที่ 1 ไปขาย ยังไม่ได้ชำระเงิน ส่วนจำเลยทั้งสองยืนยันว่า ซื้อไปจริงแต่ชำระเงินแล้ว แต่โจทก์มีพยานซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่โจทก์เป็นลูกบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้านรวมทั้งอดีตกำนันที่ทั้งสองฝ่ายเป็นลูกบ้านเบิกความในทำนองเดียวกันว่าทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันและจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าเสื้อผ้าที่ซื้อไปจากโจทก์ที่ 1 จริง โดยมีบันทึกถ้อยคำเป็นหลักฐาน และโจทก์ยังมีพนักงานสอบสวนที่ไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้วจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ที่ 1 จริง จำเลยที่ 2 จะนำที่ดินมาตีใช้หนี้ แต่ที่สุดตกลงกันไม่ได้ จึงมีบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

แม้เอกสารทั้งสองฉบับจำเลยทั้งสองจะไม่ยอมลงลายมือชื่อจึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสองก็ตาม แต่ก็ฟังประกอบคำเบิกความพยานของโจทก์ที่ 1 ที่ยืนยันว่ามีการเจรจากันจริง โดยพยานของโจทก์ที่ 1 ต่างเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและอดีตเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเชื่อถือในหมู่บ้านที่ทั้งสองฝ่ายอยู่อาศัยทั้งไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ถือได้ว่าเป็นพยานคนกลาง ทำให้มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง ส่วนจำเลยทั้งสองคงมีแต่ตัวจำเลยทั้งสองเบิกความว่า ได้ชำระค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้โจทก์ที่ 1 หมดแล้วไม่ได้ค้างชำระ โดยไม่มีพยานอื่นใดมาสนับสนุน แม้โจทก์ที่ 1 จะจำไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองรับซื้อเสื้อผ้าไปวันที่เท่าใดและมีรายการเสื้อผ้าใดบ้าง แต่จำเลยทั้งสองรับว่าการรับเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปขายมิได้ทำหลักฐานไว้

การที่โจทก์ที่ 1 จำไม่ได้จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาและเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ซื้อขายกันมีเป็นจำนวนมาก โจทก์ที่ 1 อาจหลงลืมได้ พยานหลักฐานที่โจทก์ที่ 1 นำสืบมาจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่าพยานจำเลยทั้งสอง เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ที่ 1 จริงโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 201,400 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 150,410 บาท และแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 57,342 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยเป็นหนี้ค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปโจทก์ทั้งสาม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 201,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 150,410 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และจำนวน 47,342 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยโจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งว่า โจทก์ที่ 1 มีอาชีพทำนาและตัดเย็บเสื้อผ้า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยทั้งสองเคยซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโจทก์ที่ 1 ไปจำหน่ายหลายครั้งในระหว่างปี 2537 ถึงปี 2540 เมื่อจำหน่ายเสื้อผ้าได้แล้วจึงนำเงินสดมาชำระราคาในภายหลัง โดยไม่มีการทำหลักฐานการซื้อขายและการชำระเงินเพราะเชื่อใจกันต่อมาโจทก์ที่ 1 อ้างว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้ค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปโจทก์ที่ 1 ได้มีการเจรจากันต่อหน้านายเหมือน เหล่าคะเนย์ ผู้ใหญ่บ้านที่โจทก์ที่ 1 เป็นลูกบ้าน นายเข้ม โสนะโชติ ผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้าน และนายวิชัย

สุวรรณเพ็ง อดีตกำนัน ตำบลศรีสุข ท้องที่ที่โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้าน ได้ทำบันทึกกันไว้เป็นหลักฐานตามเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาร้อยตำรวจเอกฉัตรมงคล แก้วประเสริฐ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรวิชัย เรียกโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไปเจรจา ตามรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานเอกสารหมาย จ.2 มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ที่ 1 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองต่างเบิกความยันกันปากต่อปาก โดยโจทก์ที่ 1 อ้างว่า จำเลยทั้งสองซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโจทก์ที่ 1 ไปขาย ยังไม่ชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 201,400 บาท ส่วนจำเลยทั้งสองยืนยันว่า

ซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโจทก์ที่ 1 ไปขายจริง แต่ได้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว เห็นว่า โจทก์มีนายเหมือนผู้ใหญ่บ้านที่โจทก์ที่ 1 เป็นลูกบ้าน นายเข้มผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้าน และนายวิชัยอดีตกำนันตำบลที่โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองเป็นลูกบ้านต่างเบิกความทำนองเดียวกันว่า ในวันเจรจากันนั้นจำเลยทั้งสองยอมรับว่า เป็นหนี้ค่าเสื้อผ้าที่ซื้อไปจากโจทก์ที่ 1 จริง ได้มีการบันทึกถ้อยคำเป็นหลักฐานตามเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาโจทก์ที่ 1 ได้ขอให้ร้อยตำรวจเอกฉัตรมงคลพนักงานสอบสวนเรียกจำเลยทั้งสองมาเจรจา ร้อยตำรวจเอกฉัตรมงคลก็ยืนยันว่าได้ไกล่เกลี่ยแล้ว จำเลยที่ 2 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ที่ 1 จริง จำเลยที่ 2 จะนำที่ดินมาตีใช้หนี้ แต่ในที่สุดก็ยังตกลงกันไม่ได้

ดาบตำรวจสำฤทธิ์ วัฒนบุตร เสมียนประจำวันได้เขียนบันทึกรายงานประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตามเอกสารหมาย จ.2 เห็นได้ว่า แม้เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 จำเลยทั้งสองจะไม่ยอมลงลายมือชื่อจึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสองก็ตาม แต่ก็ฟังประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ 1 ที่ยืนยันว่าได้มีการเจรจากันจริง โดยเฉพาะนายเหมือน นายเข้ม เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายวิชัย เป็นอดีตกำนัน ร้อยตำรวจเอกฉัตรมงคลและดาบตำรวจสำฤทธิ์ต่างเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและอดีตเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเชื่อถือในหมู่บ้านที่โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสองอยู่อาศัย ทั้งไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ถือได้ว่าเป็นพยานคนกลางทำให้พยานโจทก์ดังกล่าวมีน้ำหนักเชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง

ส่วนจำเลยทั้งสองคงมีแต่ตัวจำเลยทั้งสองเบิกความว่า ได้ชำระหนี้ค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้โจทก์ที่ 1 หมดแล้วไม่ได้ค้างชำระ แต่จำเลยทั้งสองไม่มีพยานอื่นใดมานำสืบสนับสนุนให้เป็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังจำเลยทั้งสองอ้าง และที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า โจทก์ที่ 1 เบิกความว่าจำไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองรับซื้อเสื้อผ้าไปวันที่เท่าใดและมีรายการเสื้อผ้าใดบ้าง จึงไม่น่าเชื่อเพราะขัดกับข้อเท็จจริงนั้น จำเลยทั้งสองยอมรับว่าการรับเสื้อสำเร็จรูปไปขายไม่ได้ทำหลักฐานไว้เพราะเชื่อใจกัน ดังนั้น ที่โจทก์ที่ 1 จำไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองซื้อเสื้อผ้าไปวันที่เท่าใดและมีรายการใดบ้าง จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ซื้อขายมีจำนวนมาก

ทั้งไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้ด้วย โจทก์ที่ 1 อาจหลงลืมได้ พยานหลักฐานที่โจทก์ที่ 1 นำสืบมาจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่าพยานจำเลยทั้งสอง เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ที่ 1 จริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ที่ 1 ตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเชียร มงคล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้