Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้ทำสัญญาประกันตัว ป. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาไว้ต่อศาลและจำเลยทำสัญญาให้โจทก์ไว้ว่า หาก ป. ไม่ไปศาลตามนัด และโจทก์ต้องชำระค่าปรับต่อศาล จำเลยจะยอมรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้ส่งตัว ป. ต่อศาลและขอถอนประกัน จำเลยขอให้โจทก์ประกันตัว ป. ต่อ โดยจำเลยจะยอมรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาเดิมที่จำเลยทำไว้ให้โจทก์ การตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในครั้งหลังนี้ แม้จะไม่มีการทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยเป็นสำคัญ ก็มีผลใช้บังคับได้ เพราะสัญญานี้มิใช่สัญญาที่จำเลยผูกพันตนเข้าชำระหนี้ ในเมื่อ ป. ไม่ชำระหนี้อันเป็นการค้ำประกันที่จะต้องนำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 11 เรื่องค้ำประกันมาใช้บังคับ แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ใช้บังคับกันระหว่างโจทก์กับจำเลยเท่านั้น ดังนั้น เมื่อ ป. ไม่ไปศาล จนศาลสั่งปรับโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประกันตัวนายประดิษฐ์ นุรารักษ์ต่อศาลอาญาในระหว่างสอบสวน โดยจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันนายประดิษฐ์ต่อโจทก์ว่า ถ้าโจทก์จะต้องรับผิดใช้เงินต่อศาลอาญาจำเลยจะยอมรับผิดใช้เงินให้โจทก์ ต่อมานายประดิษฐ์หลบหนีไม่ไปศาล ศาลจึงปรับโจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวแต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงต้องชำระเงินค่าปรับดังกล่าวเอง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 40,244 พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่าญาติของนายประดิษฐ์เคยนำหนังสือค้ำประกันผู้ต้องหามาให้จำเลยลงลายมือชื่อโดยไม่ได้กรอกข้อความ ต่อมานายประกันได้นำตัวนายประดิษฐ์ส่งศาลและยกเลิกสัญญาประกันแล้ว ญาติของนายประดิษฐ์ได้ติดต่อให้โจทก์ประกันตัวนายประดิษฐ์อีก จึงไม่เกี่ยวกับสัญญาที่จำเลยลงลายมือชื่อ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,141 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยได้ทำสัญญา ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2527 ตามเอกสารหมาย จ.2ให้โจทก์ในการที่โจทก์ได้ทำสัญญาประกันตัวนายประดิษฐ์ในระหว่างสอบสวนต่อศาล และต่อมาโจทก์ได้ขอถอนประกัน ศาลได้ออกหมายขังนายประดิษฐ์ไว้ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นขอประกันตัวนายประดิษฐ์ในระหว่างสอบสวนอีก ศาลได้สั่งปล่อยชั่วคราว ครั้นถึงวันนัดส่งตัวนายประดิษฐ์ต่อศาลนายประดิษฐ์ไม่มาศาล ศาลจึงสั่งปรับโจทก์รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายด้วยเป็นเงิน 40,141 บาท และโจทก์ได้เสียค่าปรับแล้ว ตามเอกสารหมาย จ.5 คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 หรือไม่

ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามเอกสารหมาย จ.2 ต้องถือว่าจำเลยทำสัญญารับผิดไว้ต่อโจทก์ตลอดเวลาการฝากขังในระหว่างสอบสวนของพนักงานสอบสวนนั้น เห็นว่าเอกสารหมาย จ.2 มีข้อความเป็นสาระสำคัญว่า ในระหว่างที่ประกันตัวนี้ ถ้านายประดิษฐ์หลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด และศาลสั่งปรับนายประกัน จำเลยผู้มีนามข้างท้ายในฐานะผู้ค้ำประกันตัวนายประดิษฐ์ ขอรับผิดชอบชดใช้เงินค่าปรับตามคำสั่งศาลแทนนายประกันทั้งสิ้น และสัญญาประกันนี้ประกันให้เฉพาะในระหว่างสอบสวนจนเสร็จการฝากขังของพนักงานสอบสวน เพราะฉะนั้นแม้ศาลสั่งปรับโจทก์ซึ่งเป็นนายประกันตัวนายประดิษฐ์ เพราะนายประดิษฐ์ไม่มาศาลอันเป็นการผิดสัญญาประกันที่โจทก์ทำต่อศาลในครั้งหลัง ก็ถือได้ว่ายังไม่เสร็จการฝากขังของพนักงานสอบสวนแม้ตามหนังสือสัญญาเอกสารหมาย

จ.2 จะระบุถึงเฉพาะสัญญาประกันที่โจทก์ทำไว้ต่อศาลในครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 (ที่ถูกคือ 11)ธันวาคม 2527 ก็ตามแต่คดีได้ความจากตัวโจทก์และนางสาวเกศรินทร์ลุยจันทร์ พยานโจทก์ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ยื่นคำร้องขอถอนประกันนายประดิษฐ์ว่า เมื่อศาลได้ออกหมายขังนายประดิษฐ์แล้ว จำเลยได้พูดโทรศัพท์ขอให้โจทก์ประกันตัวนายประดิษฐ์ต่อโดยถือสัญญาประกันเดิม โจทก์จึงได้ทำสัญญาประกันตัวนายประดิษฐ์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527 การตกลงในครั้งหลังนี้แม้จะมิได้มีการทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยเป็นสำคัญ ก็มีผลใช้บังคับได้ เพราะสัญญานี้มิใช่สัญญาที่จำเลยผูกพันตนเข้าชำระหนี้ในเมื่อนายประดิษฐ์ไม่ชำระหนี้อันเป็นการค้ำประกันที่จะต้องนำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 11 เรื่องค้ำประกันมาใช้บังคับ แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ใช้บังคับกันระหว่างโจทก์กับจำเลยเท่านั้น ดังนั้นสัญญาเอกสารหมาย จ.2 จึงหาได้ระงับสิ้นไปดังที่จำเลยแก้ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3698/2545

สัญญาทรัสต์รีซีทที่ระบุข้อตกลงว่า จำเลยที่ 1 จะชำระค่าสินค้าโดยคำนวณเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารโจทก์ต้องชำระค่าสินค้าแทนจำเลยที่ 1 หรือตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ตกลงกันไว้ หรือในอัตราแลกเปลี่ยนข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2540

สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่งที่ไม่ได้มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่ามีลักษณะหรือรูปแบบใดเมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้การที่จำเลยที่1ออกเช็คให้ธนาคารและจำเลยที่1ได้รับเงินไปจากธนาคารจึงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2537

เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็ค จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองจึงต้องชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ และรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2496

สัญญาค้ำประกันมีใจความสำคัญว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ฉ้อโกงโจทก์จริงและยอมใช้เงินให้โจทก์ จำเลยที่ 2 มารดาจำเลยที่ 1 ยอมค้ำประกันเมื่อจำเลยที่ 1 บิดพลิ้ว ยินดีรับใช้แทนจนครบ โจทก์ผู้กล่าวหายินดีและตก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้