Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2466

พ.ศ. 2466 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประทุษฐร้ายส่วนแพ่ง ยึดทรัพย์ผิด น่าที่ผู้ถูกยึด

คำฟ้องและคำให้การ

เดิม ค.เปนลูกณี่ ล. ตามคำพิพากษา ล.จึงนำเจ้าพนักงานยึดยึดทรัพย์ของ ค. ได้ชี้ให้เจ้าพนักงานยึดเรือซึ่งขึ้นคานอยู่ลำหนึ่ง เวลานั้น พ. ภรรยา ค. ได้แจ้งขนาดของเรือแก่เจ้าพนักงานว่าเปนเรือฉลอมโขนยาว ๖ วา ๖ ยืด เจ้าพนักงานจึงจดข้อความไว้ในบาญชีแลให้ พ. ลงลายมือรับรองแล้วมอบทรัพย์นั้นให้ พ. รักษาไว้ แต่ความจริงเรือลำที่ขึ้นคานเปนเรือขนาด ๕ ยืด ไม่ใช่ ๖ ยืดแล ค.ยังมีเรืออีกลำหนึ่งขนาด ๖ ยืดมีลักษณตรงกับข้อความที่เจ้าพนักงานจดไว้ ค. ให้ผู้มีชื่อเช่าเดือนละ ๓๕ บาท ถึงเวลาขายทอดตลาด เจ้าพนักงานจึงได้จัดการขายเรือขนาด ๖ ยืดนี้ไป โดยถูกต้องชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ล. รับซื้อเรือนี้ราคา ๔๐๐ บาทแล้วเอาไปขายให้ ฮ. ๘๐๐ บาท ค. จึงฟ้องหาว่า ล. แล อ.สมคบกันยึดทรัพย์ของโจทย์ขายทอดตลาดโดยทุจริต เรียกทุนทรัพย์ ๑๖๐๐ บาท กับค่าเช่าเรือเดือนละ ๓๕ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดที่จะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทย์อย่างหนึ่งอย่างใด เรือที่ขายนี้ก็เปนเรือของโจทย์ผู้มีน่าที่จะต้องใช้ณี่สินแก่ ล. ตามคำพิพากษา แม้จะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นก็ได้เกิดจาก พ. ภรรยาของโจทย์เองโจทย์ละเลยไม่เอาใจใส่ที่จะระวังรักษาทรัพย์ของตน จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยมิได้ให้ยกฎีกาโจทย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นรเนติ · พิจารณา · หริศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้